Futures#01-Introduction

posted on 15 May 2005 22:21 by lewcpe in Business
กลับมาอีกครั้งกับ LewCPE@Business

งานนี้เราจะพูดถึงตราสารอนุพันธ์อีกแบบหนึ่งนั่นคือ ฟิวเจอร์ ไม่ทราบว่าเมืองไทยจะใช้คำว่าอะไร แต่ขอไม่แปลเนื่องจากน่าจะทำให้สับสนมากกว่า

ในด้านความหมายแล้ว ฟิวเจอร์มีความหมายตรงตัวคือการซื้ออนาคตนั่นเอง โดยมันนั้นคือสัญญารับประกันราคาสินค้าให้กับผู้ซื้อสัญญา

ลองดูตัวอย่างเช่น ราคาข้าวในวันนี้อยู่ที่ตันละ 3000 บาท ถ้าลิ่วเป็นเจ้าของโรงสี และกลัวว่าราคาข้าวจะขึ้นไปในอีกสองเดือนข้างหน้า โดยคาดว่าในตอนนั้นลิ่วต้องใช้ข้าวพันตัน

แทนที่จะนอนผวาว่าราคาข้าวจะขึ้น ลิ่วเดินไปเข้าตลาดแล้วจัดการซื้อสัญญา (คัพท์เทคนิคใช้คำว่า Long) จากแชมป์ โดยสัญญาระบุว่าจะประกันราคาข้าวพันตันให้ลิ่วในราคาตันละ 3500 บาท โดยค่าสัญญามีราคาตันละ 50 บาท นั่นคือลิ่วจ่ายไปแล้ว 50,000 บาทในวันทำสัญญา

ลิ่วกลับโรงสีไปทำงานต่ออย่างสบายใจ จนสองเดือนผ่านไป

ปรากฏว่าน้ำแล้ง ทำให้ราคาข้าวขึ้นไปอยู่ที่ตันละ 4500 บาท ถึงตอนนี้ผู้ออกสัญญาให้ลิ่วต้องมาชดใช้ส่วนต่างให้กับลิ่ว โดยวิธีการชดใช้มีสองวิธี แล้วแต่ประเภทสัญญา ได้แก่
  • Cash Delivery ผู้ขายสัญญา (ตอนขายเรียกว่า Short) จะจ่ายเงินส่วนต่างราคามาให้ เช่น ราคาตลาดอยู่ที่ 4500 บาท ดังตัวอย่าง แต่สัญญาประกันราคาที่ 3500 บาท แชมป์จะส่งเงินมาให้ตันละ 1000 บาท แล้วลิ่วไปหาซื้อข้าวที่อื่นเอา
  • Physical Delivery แชมป์ส่งข้าวมาให้ลิ่วพันตัน แล้วรับเงินไปตันละ 3500 บาท
แต่ถ้าราคาเกิดไม่ขึ้นอย่างที่ลิ่วกลัวจะเกิดอะไรขึ้น สมมติว่าราคาในวันส่งมอบตามสัญญา ข้าวดันมีราคาตันละ 2500 บา่ท ผลคือลิ่วซวยไป ต้องจ่ายเงินส่วนต่างให้แชมป์ตันละพัน หรือรับซื้อข้าวในราคาตันละ 3500 บาท แล้วแต่ชนิดสัญญา

ตรงนี้คือการซื้อขายพื้นฐานของฟิวเจอร์ ที่เรากำลังจะได้เห็นในเร็วๆ นี้

ตอนต่อไป ค่าเงื่อนไขต่างๆ ของฟิวเจอร์



LewCPE@Business

#8 By Delivery (58.10.18.183) on 2005-11-25 18:50

โอ้ ขอบคุณพี่เป้มากครับที่มาเสริม

ผมเองไม่คิดทั้งเล่นทั้ง Futures ทั้ง Option แต่มีโอกาสได้สัมผัสกับมันเลยศึกษาแล้วนำมาเขียนไว้น่ะครับ

#7 By ลิ่ว on 2005-05-16 20:31

ฟิวเจอร์ = สัญญาซื้อขายล่วงหน้า

ในประเทศไทยมี 2 ตลาดครับ

ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย
เริ่มการซื้อ-ขายตั้งแต่ปีที่แล้ว มีคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ก.ส.ล.) เป็นผู้ดูแล (เหมือนกับ ก.ล.ต. ของตลาดหลักทรัพย์)

สินค้าที่ผูกพันธ์จะเป็นพวกสินค้าเกษตรกรรมทั้งหมด

เว็บไซต์ตลาด: http://www.afet.or.th/
เว็บไซต์ ก.ส.ล.: http://www.aftc.or.th/

ตลาดอนุพันธ์ คาดว่าจะเริ่มขายภายในปี 48 นี้ เป็นตลาดย่อยของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อยู่ภายใต้การดูแลของ ก.ล.ต. เช่นเดียวกับตลาดหลักทรัพย์

เว็บไซต์ตลาด: http://www.tfex.co.th/
เว็บไซต์ ก.ล.ต.: http://www.sec.or.th/


@kaze
ถ้าอยากรู้ ลองไปคุยกับพี่หนึ่งดูสิ


@moon
กลไกการประกันราคาพืชผลเป็น กลไกของรัฐ
ส่วนตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าจะเป็น กลไกของตลาดทุน (เอกชน)

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็น zero-sum game มีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์เสมอ ความเสี่ยงจึงพอ ๆ กัน เพราะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นกลไกเพื่อให้ผู้ที่ซื้อ-ขายสินค้าที่ผูกติดกับสัญญานั้น สามารถควบคุม ต้นทุน และ กำไร/ขาดทุน ได้ ไม่ใช่เครื่องมือทำกำไรโดยตรงครับ (ซึ่งนั่นเป็นมุมมองของ "นักลงทุน" ซึ่งจะเป็นคนที่รับความเสี่ยงสูงสุดในตลาดนี้)

แต่ขอบอกว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็น "เกมอันตราย" สำหรับคนทั่วไป ยิ่งในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าของไทยตอนนี้ ถ้าไม่มีข้อมูลแน่นพอ หรือไม่มีข้อมูลจากคนในวงการ คุณมีสิทธิ์เจ๊งได้ง่ายมากเลย

#6 By PaePae on 2005-05-16 14:41

คล้าย ๆ นโยบายประกันราคาพืชผลไหม แต่รู้สึกต่างกันในกรณีราคาตก อย่างนี้ก็ไม่เสียเปรียบกันนัก สู่สีกันทั้งผู้รับประกันและผู้ทำประกัน ความเสียงพอกัน แต่อยากรู้ว่าฝ่ายผู้รับทำประกันจะเงื่อนไขอื่นใด พลิกแพลงไปกว่านี้ได้อีกไหม

#5 By moon on 2005-05-16 13:09

อืม.. น่ากลัวแฮะ
อย่างนี้มันก็ต้องขึ้นกับฟ้าฝนเป็นใจด้วยดิ
นอกจากนี้ยังพวกโรคระบาดจากแมลงอีก

#4 By kaze on 2005-05-16 12:30

ซื้อสัญญา 1000 ตัน ค่าสัญญาตันละ 50 บาท

กลายเป็น 50,000 พอดีๆ

#3 By ลิ่ว on 2005-05-16 00:25

50 บาทถูกแล้วครับ

คิดชื่อตัวละครไม่ออกเลยเอาแถวๆ นี่ล่ะครับ ต่าย แชมป์ ลิ่ว มาร์ค ฯลฯ

ถ้าพี่เขียนตำราเมื่อใหร่อาจจะดังแบบ foo bar

#2 By ลิ่ว on 2005-05-16 00:24

ต้องเป็น ค่าสัญญา ตันละ 500 หรือเปล่าครับ (พิมพ์ตกศูนย์ตัวหนึ่ง)


ว่าแต่ชอบยกตัวอย่างผมจริงเชียว เป็นชาวนาเลยรึคราวนี้