Divergence

posted on 13 Jul 2005 23:25 by lewcpe in PoliticsAndSocial
ถ้าใครอ่านมานานๆ จะรู้ว่าผมเป็นพวกบ้าความแตกต่าง และรังเกียจความพยายามที่จะำของต่างๆ ให้เหมือนกันโดยไม่จำเป็นเอามากๆ

ในบรรดาอักษร 5 ตัวของ SOTUS คงไม่ต้องบอกเลยว่าตัวไหนที่ผมว่าไร้ค่าที่สุด

UNITY

ผมไม่สน (และไม่เคยคิดจะสน) ว่าความหมายเริ่มต้นของคำนี้มันเป็นอย่างไร แต่ในวันนี้แล้ว ความหมายของมันคงแปลได้ง่ายๆ ว่า

มึงต่างจากคนอื่น มึงผิด

จริงอยู่ที่สังคมของเราอยู่ได้ เนื่องจากเรามีข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันในระดับหนึ่ง เช่นว่า การฆ่าคน หรือการวิ่งราวเป็นเรื่องที่ผิด

แต่สังคมก้าวหน้าไปได้ด้วยความแตกต่าง

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเอดิสันบอกว่าการใช้ตะเกียงเหมือนคนอื่นๆ นั้นก็ดีอยู่แล้ว

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไอสไตน์เชื่อกฏของนิวตันเหมือนคนอื่นๆ

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าริชาร์ด สตอลแมนบอกว่าไม่จำเป็นต้องมีซอฟท์แวร์เสรี

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสังคมขาดความหลากหลาย?

ผมเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนซอฟท์แวร์เสรี และเรียกร้องให้ซอฟท์แวร์เสรีมามองผู้ใช้บ้าง ไม่ใช่เพราะบ้าลินุกซ์หรืออะไรอย่างนั้น แต่เพราะผมชอบความแตกต่าง ผมไม่ชอบที่ตัวเองต้องถูกผูกติดเข้ากับอะไรอย่างเดียวมากจนเกินไป เพราะถึงจุดหนึ่งแล้ว ผมเชื่อว่าการผูกขาด จะทำลายความก้าวหน้าไป

แบบเดียวกับที่กสท. ครองอินเทอร์เน็ต
แบบเดียวกับที่ทศท. (เคย)ครองโทรศัพท์
ฯลฯ

ซอฟท์แวร์เสรีเป็นเพียงทางหนึ่งของความแตกต่างที่แสดงออกมาได้ ด้วยพลังแห่งชุมชนขนาดใหญ่ ทำให้มีอำนาจแข่งกันกับบริษัทขนาดยักษ์อย่างไมโครซอฟท์

ผมไม่ได้รังเกียจไมโครซอฟท์เป็นการส่วนตัวอย่างที่ผู้ใช้ซอฟท์แวร์เสรีหลายๆ คนเป็น ผมว่าซอฟท์แวร์แบบปิดและไม่ได้แจกฟรี ตลอดจนบริษัทอย่างไมโครซอฟท์นั้น ก็มีส่วนดันให้โลกซอฟท์แวร์ก้าวหน้ามาอย่างทุกวันนี้

เช่นเดียวกันผมไม่ไ้ด้รังเกียจวินัย ไม่ได้รังเกียจการประชุมที่ผู้ฟังเงียบกริบ ไม่ได้รังเกียจการสั่งการอย่างเด็ดขาด

สิ่งเหล่านี้มีที่อยู่ของมันเอง มีที่ๆ เหมาะกับมันเสมอ

แต่ในภาพใหญ่แล้ว หากเราต้องการให้สังคมเดินหน้าต่อไป ผมเชื่อว่าเราต้องมีความหลากหลายในสังคมให้สูงสุด การครองอำนาจเบ็ดเสร็จรายเดียวอย่างมั่นคงเกินความจำเป็น จะทำให้ระบบเกิดความหยุดนิ่งได้โดยง่าย

เพราะอย่างนั้นแล้ว ในใจของผม



ความแตกต่างเป็นเรื่องจำเป็น
ผมว่า ความแตกต่างนั้นเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมีเพื่อที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ แต่ในความหมายของ unity เอง น่าจะหมายถึง ความเป็นน้ำหนึงใจเดียวกัน มากกว่า ซึ่งผมเห็นว่า ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมกันทำงาน ย่อมมีความสำคัญไม่แพ้ความแตกต่างเลยทีเดียว

#14 By ผ่านมา (203.156.21.136) on 2005-07-16 19:19

จริงๆเราว่ามันห่วยทั้ง5ตัวเลบนะ
ไร้สาระ จอมปลอม

#13 By Mori Kamolvutana on 2005-07-16 14:14

ขอด่า คนไม่รับความแตกต่างหน่อยเหอะ
http://house.exteen.com/20050714/entry

#12 By house on 2005-07-14 21:57

ก็เป็นเรื่องปกตินะ คนเราเกิดมาก็แตกต่างกันอยู่แล้วหน่ะ ขนาดฝาแฝดที่ว่าเหมือน ก็ยังมีส่วนที่แตกต่างกันเลย

#11 By inat : www.66un.net on 2005-07-14 21:44

ไอ้เรื่องต่างจากคนอื่นผมทำใจได้แล้วล่ะ แต่เกลียดที่สุดคือการทำโทษ หรือตำหนิ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่อ้าง UNITY เนี่ยแหละ "คุณอยู่หมู่เดียวกัน/หน่วยงานเดียวกัน/ทีมเดียวกัน ฯลฯ เพราะฉะนั้นคุณต้องรับโทษ (หรือตำหนิ หรือ ฯลฯ) กับเขาด้วย"

บ้าที่สุด ให้เลือกระหว่างต้องยอมรับความล้มเหลวจากคนอื่นกับล้มเหลวเพราะไม่ยอมพึ่งคนอื่นเนี่ย อย่างหลังยังจะดีซะกว่า

#10 By P.S. on 2005-07-14 21:22

งุงิ .. ชอบเหมือนกันเลยอ่ะค่ะ
ไม่ชอบคิดอะไรในกรอบ ไม่ชอบที่จะต้องคิดอะไรตามใคร หรือจะต้องเป็นเหมือนใคร
เพราะมั่นใจว่าแบบที่เราเป็นก็มีดี
และโมจิเชื่อว่า การยอมรับความแตกต่าง เป็นเรื่องยาก แต่ก็จะทำให้โลกทัศน์ของคนๆนั้นกว้างขึ้น

แต่ก็ต้องแตกต่างอย่างสร้างสรรค์นะ

#9 By โมจิ on 2005-07-14 20:45

ความแตกต่างมันมีเป็นธรรมชาติของมันอยู่แล้วล่ะค่ะ
ถึงมันจะไม่จำเป็นก็เถอะ

#8 By Na - th (นัท) on 2005-07-14 15:07

>ความแตกต่างในเรื่องที่ดีและสร้างสรรค์ต่างหากที่จำเป็น ความแตกต่างเพื่อบ่อนทำลายนั้นไม่จำเป็น

ผมว่าความแตกต่างไม่มีดีเลวนะครับ ถ้ามองว่า "ความแตกต่างอันนี้ดี" ก็แสดงว่าเค้าคิดเหมือนกับเรา (คือเป็นแนวร่วมชนกลุ่มน้อยในสังคม) แต่การมองว่า "ความแตกต่างนี้เลว" มันเหมือนกับว่าเค้าคิดไม่เหมือนเรา --> มองว่าเค้าแตกต่าง --> มองว่าเค้าเลว

มันก็ตีความได้ว่าไม่ยอมรับความแตกต่างนะ

ป.ล. ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ดีไม่ดีนะ อันนั้นมันอีกเรื่อง แต่คิดว่าที่ลิ่วจะสือคือเรายอมรับความแตกต่าง (ไม่สนใจว่าดีเลว) ของคนอื่นได้มั้ย

#7 By markpeak on 2005-07-14 09:32

ความแตกต่างในเรื่องที่ดีและสร้างสรรค์ต่างหากที่จำเป็น ความแตกต่างเพื่อบ่อนทำลายนั้นไม่จำเป็น

อย่างทุกวันนี้ ก็ยังมีคนที่อยากเด่นอยากดัง จึงออกมาทำอะไรที่มันแตกต่างและโดดเด่น แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่องและไม่มีสาระ

หากเห็นว่าสิ่งที่เราแตกต่างจากคนอื่นเพื่อเป็นการสร้างสรรค์แล้ว ก็จงทำไปเถอะครับ

#6 By tamanxzg on 2005-07-14 02:55

แล้วแต่จะคิด...

#5 By Gratai...Ka!!! on 2005-07-14 02:11

"คนมันจะรวยจะจน จะสูงจะเตี้ย จะเข้มแข็งหรืออ่อนแอ ถ้าเค้าสามารถมีชีวิตอย่างปรกติสุขได้ มันไม่ใช่หน้าที่ใครเลยที่จะไปตัดสินว่าเค้าไม่ควรอยู่ในสังคม แล้วสร้างความลำบากให้เค้าเพิ่มขึ้น

ทุกคนมีจุดด้อย ไม่มีใครอยากถูกกระแทกที่จุดนั้น เรื่องพวกนี้มันควรอยู่ในมโนธรรมอยู่แล้วครับ"

อันนี้เห็นด้วยมากๆครับ

#4 By plynoi แว่วศรี on 2005-07-14 01:12

plynoi: ผมว่าใันวันนี้ เรื่องการยอมรับความแตกต่าง กำลังกลายเป็นกฏพื้นฐานในการอยู่ร่วมกันครับ

อย่างเมืองนอกจะมีเรื่องของ discrimination มากขึ้นเรื่อยๆ

ความจริงแล้วไม่ต้องเป็นคดีใหญ่โตอย่างเมืองนอกหรอก เรื่องพวกนี้มันเรื่องพื้นฐานอยู่แล้วรับรู้ได้ด้วย จิตสำนึกขั้นพื้นฐานนะครับ

คนมันจะรวยจะจน จะสูงจะเตี้ย จะเข้มแข็งหรืออ่อนแอ ถ้าเค้าสามารถมีชีวิตอย่างปรกติสุขได้ มันไม่ใช่หน้าที่ใครเลยที่จะไปตัดสินว่าเค้าไม่ควรอยู่ในสังคม แล้วสร้างความลำบากให้เค้าเพิ่มขึ้น

ทุกคนมีจุดด้อย ไม่มีใครอยากถูกกระแทกที่จุดนั้น เรื่องพวกนี้มันควรอยู่ในมโนธรรมอยู่แล้วครับ

#3 By ลิ่ว on 2005-07-14 00:55

ผมเห็นด้วยนะครับ

แต่ก็เคยมีความคิดที่ว่า ทำไม"คนอื่นถึงไม่ยอมรับความแตกต่างเหมือนเรา" แล้วผมยอมรับในความแตกต่างรึเปล่า(งง)

http://plynoi.exteen.com/20050411/entry

#2 By plynoi แว่วศรี on 2005-07-14 00:42

สิ่งที่เห้นชัดที่สุดก็คนเรานี่แหละครับ
สิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งในโลกก็คือตัวเรานี่แหละ
ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร

#1 By ไอ้แพท.. on 2005-07-13 23:53