เขียนอย่างไร

posted on 16 Jul 2005 13:58 by lewcpe  in Personal
เคยเป็นเรื่องเป็นราวไปพักนึงกับเรื่องที่เขียนบลอคกันเป็นไดอารี่ไปทั้งเว็บ

ความจริงแล้ว ผมว่าจะเขียนอะไรก็เขียนเข้าไปเถอะ แต่ต้องรับความจริงอย่างนึง..

ว่าอาจจะไม่มีคนอ่าน

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ถ้าความสนใจของเราไม่ตรงกับคนจำนวนหนึ่ง หรือคนที่ความสนใจตรงกับเราไม่มาเจอบลอคเรา มันก็ไม่มีคนอ่าน

แต่ปัญหาของไดอารี่มันอยู่ตรงนี้

ถ้าคุณไม่ใช่พริตตี้ที่คนหลงทั้งเมือง คงไม่มีใครอยากรู้ว่าคุณจะตื่นกี่โมง ไปเรียนตรงเวลามั๊ย ทำการบ้านรึยัง ชอบอาจารย์คนไหน วันนี้เรียนอะไร ฯลฯ

นอกจากพ่อแม่ แล้วก็แฟนคุณเอง....

ผมเองเคยบอกในบลอคนี้ไปนานๆ มาแล้วว่าถ้าจะเขียนให้คนอ่านจริงๆ นั้น ต้องเขียนมีธีมพอควร คือคิดก่อนว่าจะเขียนเรื่องอะไร เช่นว่าการเมือง เพศศึกษา ไอดอลเด็ก(โดนปิดไปแล้ว -_-'') ฯลฯ แล้วระยะเวลามันจะดึงให้คนที่สนใจตรงกับคุณมาอ่านบลอคของคุณเป็นประจำเอง

แต่เรื่องนี้นั้น ตัวผมเองก็ทำไม่ได้ เพราะเห็นแก่ความสะดวกสบาย เวลาอยากใส่อะไร ก็เอามาใส่ๆ ไว้ในนี้ทั้งนั้น

แต่ผมว่าบลอคผมก็ยังคงมีความเป็นบลอคสูงระดับนึง

ผมทำเรื่องนี้ด้วยแนวคิดง่ายๆ ว่าผมไม่ใส่เรื่องส่วนตัว

ผมเคยเขียนเรื่องของรถเมล์ที่น่าจะปรับปรุงได้ แต่ผมก็ไม่ได้บอกว่าผมขึ้นรถสายไหนแล้วหงุดหงิดจนมาเขียน

เช่นเดียวกันที่ผมไม่พอใจอาจารย์บางท่าน ผมก็เขียนเรื่องการประเมินแทนจะเขียนว่าไม่ชอบใคร


เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของอารมณ์ร่วม อย่างถ้าผมเล่าให้ฟังว่าไปสอบเอนทรานซ์ที่ตึกเภสัชของจุฬาฯ แล้วหายากมากเพราะตึกใหม่มันอยู่ในตึกเก่า

คนอ่านจะขาดอารมณ์ร่วม เพราะไม่เคยเห็นตกที่ว่า

แต่ถ้าผมเล่าความคิดในหัวว่าผมตื่นเต้นหรือไม่อย่างไรกับการสอบในวันนั้น คนอ่านจะมีอารมณร่วมไปกับผม คนที่มีประสบการณ์ตรงกันจะแชร์ความเห็นกันได้

เรื่องน่าสนใจคือ แนวทางการเขียนอย่างนี้ เมื่อย้อนกลับไปอ่านของเก่าๆ ที่ผมเขียนไว้แล้ว ผมกลับจำเรื่องราวที่เกี่ยวข้องได้ดีมากจนน่าแปลกใจ

มันเหมือนกับการแจกกุญแจสู่เรื่องราวในอดีตให้กลายเป็นเรื่องสาธารณะ แต่เรื่องส่วนตัวนั้นเก็บไว้คนเดียว

แต่พอเรากลับไปดึงกุญแจนั้นกลับมาใช้ เราได้เรื่องราวที่เหมือนกับที่เราจดไ้ว้

เรื่องเปลี่ยวๆ ในนี้ก็เป็นแบบหนึ่งที่ผมปล่อยกุญแจสู่เรื่องส่วนตัวของผมเอาไว้

ทุกคนรู้ความคิดผมเป็นอย่างไร แต่ไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น


นอกจากผมเอง
นี่แกพูดถึง Asymetric Encryption อยู่รึเปล่าเนี่ย

#1 By house on 2005-07-16 15:08

ผมก็ทำใจไว้แล้วเหมือนกันว่าบางทีผมเขียนเกี่ยวกับเนื้อหาอนิเม(ตามธีมของผม) เขียนเป็นหน้าๆ ยาวเหยียด และสงสัยว่าจะไม่มีคนอ่านด้วย แต่ก็เอาไว้เตือนความทรงจำว่า ณ วินาทีนั้นเรามีความคิดเห็นอย่างไร(จะได้ไม่ต้องกลับมาดูใหม่อีกรอบ)

แต่บางทีก็ดูหวิวๆ

#2 By tamanxzg on 2005-07-16 15:27

ไม่จำเป็นต้องตัดเรื่องส่วนตัวออกเสมอไป เพราะหลาย ๆ ครั้ง การนำเสนอเรื่องส่วนตัวประกอบตามความเหมาะสม จะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนกว่า อย่าลืมว่า คนอ่านแต่ละคนก็มีประสบการณ์ชีวิตและมุมมองที่ต่างกัน เหตุการณ์หรือสถานการณ์แบบที่เราอยากให้เขาได้รับรู้ มันอาจเป็นสิ่งที่เขายังไม่เข้าใจ .....อย่างที่ลิ่วเคยเขียนไง "เรื่องอย่างนี้ถ้าไม่เจอกับตัว ก็ไม่มีวันเข้าใจ"

มันขึ้นอยู่กับเทคนิคการนำเสนอ

#3 By PaePae on 2005-07-16 18:43

อืม..ก็รู้สึกเหมือนกันว่าพักหลังๆเริ่มมีมาแข้น ขนาดตัวเองหลังๆยังเริ่มเขียนอะไรที่ไม่เป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นความในใจอะไรประมาณนั้น แต่ก็ไม่ได้ขนาดมาเล่าว่าตื่นนอน ทำอะไรบ้าง เพราะรู้สึกว่าเวลาไปอ่านเจอแบบนี้ก็เซ็งเหมือนกัน และพยายามจะไม่เขียนบล็อกของตัวเองให้เป็นแบบนั้น

#4 By Gratai...Ka!!! on 2005-07-16 20:31

เห็นด้วยกับพี่เป้นะคะ

แต่มันก็อยู่ที่สำนวนการเขียนของแต่ละคนแหละค่ะ บางทีถ้าเราเล่าเรื่องส่วนตัวในแต่ละวัน แล้วเราสอดแทรกแนวคิดของเราต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ณ วันนั้นๆลงไปด้วย

ก็จะดีนะคะ

อย่างเจ๊นิวเนี่ย นัทชอบสำนวนการเขียนของเจ๊แกมากเลย อ่านแล้วทำให้ขำได้ตลอดเวลาค่ะ

ซึ่งนัทเองบางครั้งชอบอ่านเรื่องส่วนตัวของผู้คนในบล็อกที่นัทไม่เคยรู้จักมาก่อน มากกว่า ธีมเรื่องทั่วๆไปนะคะ

เพราะนัทคิดว่า บางเรื่อง อย่างเช่นเรื่อง "SOTUS" เนี่ย มีคนเขียนขึ้นมากมาย จนนัทตามอ่านแทบไม่ทัน แล้วก็แต่ละความคิดมันก็คล้ายคลึงกัน อ่านไปจนเบื่อเลยล่ะค่ะ

แต่ถ้าเป็นชีวิตแต่ละวันที่น่าสนใจ น่าตื่นเต้น แล้วได้ข้อคิดจากมันของแต่ละคน นัทว่าน่าสนใจที่จะตามอ่านทีเดียวเชียวค่ะ

#5 By Na - th (นัท) on 2005-07-16 21:34

http://uriel.exteen.com/

เอาบล็อกของอุริจังมายกตัวอย่างนิดนึงค่ะ
เป็นบล็อกที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเองซะส่วนมาก
แต่เพราะว่ามีสำนวนการเขียนที่ทำให้คนอ่านรู้สึกสนุก ขำขันร่วมไปด้วยตลอด เลยมีคนเข้าไปอ่านจนติดอันดับ ท็อปสิบของ Exteen ไปเลย

#6 By Na - th (นัท) on 2005-07-16 21:39

ของผมปนๆกันนะ
แต่ก็เห็นด้วยว่า อย่างน้อย blog ควรจะมี ธีมของมัน(แม้ของผมจะไม่มี 55)

#7 By plynoi แว่วศรี on 2005-07-17 23:12

อืม เราก็เขียนไปเรื่อยๆน่ะนะ

#13 By BUMBIM on 2005-07-18 20:02