ปิดกั้น

posted on 05 Sep 2005 23:37 by lewcpe in PoliticsAndSocial
ถ้าช่วงสิบปีก่อน ใครเป็นนักถ่ายภาพมือสมัครเล่น คงจับกันแต่กล้่องฟิล์ม



ผมคนหนึ่งล่ะ......



ในวันนี้กล้องดิจิตอลเป็นเรื่องปรกติ



แต่ก่อนหน้านี้ล่ะ....?



ถ้าใครได้เข้า BluePlanet@Pantip.com คงจะรู้ว่า ช่วงหนึ่งแล้ว มีการถกเถียงกันมาก ถึงเรื่องของคุณค่าของภาพถ่ายดิจิตอล



โดยมากแล้ว มักมาในเชิงการโจมตีว่าภาพดิจิตอลนั้นขาดความคมชัด เม็ดสีที่ไม่สมบูรณ์ บ้างว่าจะให้เทียบเท่ากล้องฟิล์มได้ต้องใช้กล้องราคาเป็นหลักล้านขึ้นไป



จนถึงบางคนฟันธงง่ายๆ ว่าภาพดิจิตอลนั้นไร้ค่า เพราะมันง่ายเกินไป เพราะมันเปิดโอกาสให้ช่างภาพได้ลองแล้วลองเล่านับครั้งไม่ถ้วน




ขณะที่กล้องฟิล์ม ต้องการความชำนาญนับปีๆ เพราะการดูรูปแต่ละครั้งนั้นต้องรอเป็นวัน ยิ่งถ้าภาพที่มาจากการเดินทาง กว่าจะได้เห็นภาพบางทีก็หลังถ่ายเป็นสิบวัน



มาในวันนี้ เรื่องอย่างนั้นหายไป



ผมมามองย้อนดู เชื่อว่าเหตุการณ์ในยุคของผมนี้ เกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่เอดิสันสร้างเครื่องบันทึกเสียง

คงมีการวิจารณ์ว่าไม่เทียบเท่าของจริง......

พอมีซีดี มันก็ไม่เท่าแผ่นเสียง.....



หรือการเสพในรูปนั้นล่ะ ใครยุคภาพถ่ายยุคแรก มันคงขาดคุณค่าเมื่อเทียบกับภาพวาด

ภาพถ่ายจากกล้องออโต้โฟกัสคงขาดคุณค่าเมื่อเทียบกับกล้องแมนนวล




ผมไม่เถียงว่าความรู้สึกดีๆ ที่ได้จากของเก่าๆ นั้นมีอยู่จริง ผมเป็นคนหนึ่งที่ยังเอากล้องแมนนวลไปเดินถ่ายภาพเล่นๆ และอยากจะวาดภาพเป็น


แต่ผมรู้สึกว่าการดูถูกคุณค่าของงานสร้างสรรค์ ซึ่งทำขึ้นมาผ่านทางเครื่องมืออำนวยความสะดวกเหล่านั้น มันเป็นเรื่องไม่สร้างสรรค์เอาเสียเลย


หรือไม่จริง.....
ถ่ายรูปไม่ค่อยเป็น เลยcommentลำบาก

แต่ถ้ามองว่า กล้องดิจิตอล มันก็พัฒนามาจาก กล้องฟิล์มนั่นล่ะ เพียงแต่ลดข้อเสียเรื่องที่ต้องมีฟิล์ม แล้วก็ถ่ายไปได้เรื่อยๆ(อาศัยการลบเอง) แล้วก็กำลังรอการพัฒนาต่อไปให้คมชัดเท่ากล้องฟิล์ม ก็คงน่าจะทำใจให้ยอมรับกันได้มากขึ้น

#11 By โมจิ on 2005-10-07 23:57

:)

เราว่ามันคนละแบบกันนะ..

จริงๆเราก้อชอบรูปถ่ายจากกล้องฟิล์ม ความรู้สึกลุ้น และ เสียงชัดเตอร์ กับเวลาหมุนขึ้นฟิล์ม ไขฟิล์มออกเองมันให้คุณค่าความรู้สึกในอีกแบบนึงนะ ^^

น่าเสียดายที่กล้องโดนโขมยไปแล้ว ไม่มีตังค์ซื้อใหม่ ตอนนี้เลยถ่ายแต่ digital :)

มันก็สะดวกดี ง่ายๆ.. คุณค่าทางจิตใจที่ได้รับจากภาพถ่ายเราว่ามันอยู่ที่สิ่งที่อยู่ในนั้นมากกว่าว่ามันมาถูกถ่ายทอดด้วยอะไรนะ :)

เวลาเปลี่ยน สิ่งรอบตัวก็เปลี่ยนไปตามวันเวลา..

#10 By t a i y o u on 2005-09-16 14:19

ของอย่างนี้มันอยู่ที่คนใช้ครับ
มันเป็นฝีมือของผู้ใช้(90%)
ถึงมีกล้องอย่างดีแต่ใช้ไม่ถูกถ่ายไม่เป็น ก็รู้ๆกันอยู่ว่าคุณภาพมันจะออกมาเป็นยังไง

ส่วนที่เขาบอกกันว่าภาพฟิล์มมันดีกว่าดิจิตอล อันนั้นผมไม่เถียงหรอก
แต่ขอให้คำนึงซักนิดว่าเขาเทียบกันอย่างไร
คุณจะเอา .jpg ไปเทียบกับฟิล์มอย่างนั้นหรือ
หรือว่าจะเอา .raw มาเทียบกัน ขอให้คำนึงถึงจุดนี้ด้วย
ส่วนระยะเวลาการเก็บนั้น ข้อนี้ก็เป็นส่วนได้เปรียบของภาพดิจิตอลเหมือนกัน
มันมีข้อดีข้อเสียต่างกันขึ้นอยู่กับว่าจะนำผลงานนั้นไปนำเสนออย่างไรมากกว่า
ซึ่งก็คือผู้ใช้อีกนั่นแหละ

#7 By Aun (203.156.190.37) on 2005-09-06 11:12

เคยอ่านในพันทิพย์เหมือนกันครับ มีคนตอกกลับไปว่า ไอ้พวกกล้องทั้งหลาย สู้จิตกรที่ใช้ผู่กัน ดินสอ และอื่นๆวาดออกมาเป็นภาพไม่ได้หรอก พวกที่เถียงๆกันนี่อึ้งแดก

ส่วนเรื่องการดูถูกความคิดสร้างสรร นี้มันกิเลสของมนุษย์ที่ไม่เคยพอทั้งนั้นแหละครับ

#6 By plynoi แว่วศรี on 2005-09-06 09:02

สำหรับผม ไม่ว่ากล้องแบบไหน ใช้งานง่ายหรือยากอย่างไร ผมว่า คุณค่าของสิ่งที่เราได้รับ คือความทรงจำที่เก็บไว้ในอยู่รูปถ่ายต่างหาก

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แต่ก็มีบางเหมือนกันบ้างครั้งที่การเปลี่ยนแปลงนั้นแย่ลง แต่เราต่างก็ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง และอยู่ร่วมกับมันให้ได้

เทคนิคการถ่ายภาพก็คงเหมือนกัน... ผมคิดว่างั้น
เพราะมนุษย์เราพยายามคิดค้นเครื่องมือมาอำนวยความสะดวก ลองคิดดูว่าแต่ก่อนที่ำม่มีภาพถ่าย ต้องใช้จิตรกรฝีมือดีแค่ไหน เวลามากแค่ไหนถึงจะสเก็ตรูปคนออกมาได้1รูป ต่อมาก็มีกล้องถ่ายรูป จนมาถึงปัจจุบันเป็นกล้องดิจิตอลไปแล้ว ก็ไม่เถียงว่าศาสตร์ของการถ่ายรูปด้วยกล้องฟิลม์จะต้องเหนือกว่าดิจิตอล แต่คิดว่าผลงานภาพและคุณค่าของชิ้นงานไม่ด้อยไปกว่ากันแน่นอน

#4 By tamanxzg on 2005-09-06 03:03

จริง ๆ ชอบรูปจากกล้องแมนนวลมากกว่านะ
รู้สึกมันมีเสน่ห์ดี

#3 By ข้าวปุ้น on 2005-09-06 00:12

กล้องดิจิตอลทำให้ถ่ายภาพได้นับครั้งไม่ถ้วนก็จริง
แต่ผมว่า.. มันก็ไม่ได้ภาพที่ดีๆ ออกมาบ่อยๆ นะ

อย่างผมเงี้ย ถ่ายมาพันรูป ไม่เห็นจะมีรูปไหนดีเลย เหอๆ

#2 By ไอ้แพท.. on 2005-09-05 23:58

จริงค่ะ

#1 By Na - th (นัท) on 2005-09-05 23:46