อิจฉา

posted on 19 Oct 2005 01:42 by lewcpe in PoliticsAndSocial
เชื่อว่าทุกคนคงมีบางเวลาที่เราเห็นคนรอบข้างแล้ว เขาช่างน่าอิจฉาเสียนี่กระไร บ้างก็แฟนมันสวยจริง ตูยังไม่มีเลย... บ้างก็เอ๊ะ ทำไมมันรวยจัง บางทีก็เพื่อนเราหน้าตาดีกว่าเราซะจริง

แต่ความจริงข้อหนึ่งที่เราจะพบในที่สุดคือ ไม่มีอะไรได้มา เปล่าๆ

หัวหน้าของเราอาจจะเงินเดือนเยอะกว่าเรามหาศาล แต่นั่นหมายถึงเขาต้องกลับช้าที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่างานเสร็จ เงินนั้นก็แลกมาด้วยความรับผิดชอบ

เพื่อนของเราอาจจะหน้าตาดีกว่าเรา แต่คนที่เข้ามาก็มักไม่ได้มองเห็นอะไีรในตัวเขาไปมากกว่าหน้าตา ลำบากเขาต้องมาแยกว่าใครจะมาไม้ไหน

ผมไม่ใช่คนที่เชื่อสุภาษิตที่ว่า "จงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่" เพราะมันง่ายเกินไป และดูเหมือนจะไม่สนับสนุนให้ใครทำอะไรนอกจากทำสิ่งเดิมๆ ที่ทำอยู่

แต่การเรียนรู้เรื่องความลำบากในแต่ละจุดของชีวิตนั้น บอกให้เรารู้ว่าการก้าวไปข้างหน้าไม่ใช่ความลำบาก หากแต่เป็นการยืนที่จุดที่สูงขึ้นไปต่างหาก ฉะนั้นแล้วเวลาเรากำลังก้าวออกไป สิ่งหนึ่งที่เราต้องรับรู้คือเรากำลังจะไปยังจุดที่ยืนอยู่ได้ยากขึ้น แต่หลายๆ ครั้งแล้วคุณค่าของการยืนบนจุดนั้นก็คุ้มค่า

แต่ถ้าเราไม่รู้ตัวว่าเรากำลังเดินไปไหน

เราอาจจะต้องกลับไปอิจฉาคนข้างหลังเรา....
เคยได้ยินไหม....อิจฉาได้...แต่อย่าริษยา....

สมัยเด็กอาการอิจฉาก็คงมีบ้างมั๊งคะ...แต่ว่าไม่ค่อยอิจฉาใครหรืออะไร เพราะคิดว่าชีวิตที่เรามีมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

ถึงแม้ว่ามีเหตุการณ์หลายๆอย่างเข้ามากระแทกชีวิตจนล้มไม่เป็นท่าอยู่บ่อยๆ แต่ก็ทำให้ชีวิตมีรสชาติไปอีกแบบ

ชีวิตที่ผ่านมาถึงทุกวันนี้ทำให้เรียนรู้ว่าการมีชีวิตและการใช้ชีวิตที่คุ้มค่าที่สุดนั้นคือการได้มีโอกาสเลือกเดินไปในทุกก้าวย่างที่เราตัดสินใจ ถึงแม้จะเป็นก้าวที่ใครบอกว่าพลาด ก็ไม่เคยคิดเสียใจ เพราะมันเป็นก้าวทุกก้าวที่คุ้มค่าที่จะลองเดิน และแม้จะสะดุดบ้าง หลงบ้าง ล้มบ้าง มันก็คือชีวิตที่สนุกดีไม่ใช่หรือคะ...และถ้าเราไม่รู้ว่าชีวิตกำลังจะเดินไปทางไหนก็ไม่เห็นเป็นไร ลองมองไปรอบๆแล้วหากิ่งไม้มาวางไว้กับพื้น ทำด้านหนึ่งเป็นลูกศร แล้วก็หมุนมันดู...แล้วถ้าลูกศรชี้ไปทางไหน...ก็ลองไปทางนั้นดู ถึงแม้ว่าหนทางนั้นจะเป็นทางตัน หรือเต็มไปด้วยขวากหนาม หรือแม้ว่าเป็นทะเล แต่มันก็น่าท้าทายไม่ใช่หรือที่บางครั้งชีวิตเปิดโอกาสให้เราได้ใช้ความคิดที่จะก้าวต่อไป...

ขอให้ค้นพบหนทางที่เป็นของตัวเองนะคะ

#16 By pichsumon (58.136.207.109) on 2005-12-26 21:02

อาจจะไม่ได้บอกให้พอใจในสิ่งที่ตนมี เพื่อinitiateคนให้คิด ทำ สิ่งใหม่ๆ หรือเปลี่ยนแปลงสิ่งเดิมๆ
แต่บอกให้ไม่อิจฉาคนอื่น..

#15 By โมจิ on 2005-10-28 11:40

อ่านแล้วประทับใจมากฮะ ข้อคิดดีๆ อย่างนี้เขียนหนังสือขายได้เลยครับ นานๆเจอบล็อกมีสาระที

#14 By somtoon (161.246.1.33 /161.246.51.159) on 2005-10-22 22:01

เริ่มรู้สึกอิจฉาคนเป็นก็ตอนวัยรุ่นนี่แหละ....เราว่าเป็นความรู้สึกเด็กๆนะ...แล้วเรากคิดว่าถ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะหาย...จริงป่าวหว่า...ไม่รู้เหมือนกัน...ก็ยังไม่เป็นผู้ใหญ่ซักทีแหละน้า...

#13 By Gratai...Ka!!! on 2005-10-20 17:33

ผมมองว่า การอิจฉา สามารถแปรเปลี่ยนไปได้หลายทาง
1.อิจฉาแล้วใช้เหตุผลไตร่ตรอง ทำสิ่งที่ดีขึ้นเพื่อให้ได้มา นี่ดีครับ
2.อิจฉาแล้วริษยา ทำอะไรเลวๆเพื่อให้ได้มา อันนี้ระยำครับ

ส่วนเรื่องพอใจกับสิ่งที่ตนมีอยู่ นี่ลึกๆแล้วผมเชื่อครับ หลายๆอย่าง ผมอิจฉาอยากมี แต่ด้วยอยู่ระหว่างทางทำตัวเองให้เพียบพร้อมที่จะได้
มันมามันนาน ระหว่างนั้นผมก็"พอใจในสิ่งที่ตนเองมี"ไปก่อน โดยไม่ต้องไปริษยาใครให้เซ็งรมณ์

เหมือนความเห็น#1แหละครับ พอใจในสิ่งที่ตนมี ไม่ได้หมายความว่าให้เราหยุดทุกอย่างนี่นา

#12 By plynoi แว่วศรี on 2005-10-19 22:27

อจ.เราก็เคยพูดว่า ถ้าเราหน้าตาไม่ดี อย่างน้อยเราก็รู้ว่าคนที่รักเราเค้าไม่ได้ชอบเราอย่างผิวเผินไง

อยากหยุดอยู่ตรงนี้ไม่ก้าวต่อไปไหนเลยอ่ะ
แต่ก็คงไม่ได้
เฮ้อ

ปล. แต่ไม่รู้จริงๆนะคะเนี่ยว่าเป็นคริสต์ ไม่รู้พลาดไปได้ไง แหะๆ

#11 By มุก on 2005-10-19 21:23

#9 แฟนคนอื่นสวยเพราะว่าเขายังไม่ได้เป็นแฟนเราอ๊ะป่าวคับ

ผมว่าการอิจฉาเป็นเรื่องดีนะ ไม่ใช่เพราะความอิจฉานกเหรอ มนุษย์ถึงประดิษฐ์เครื่องบิน? สิ่งที่เลวร้ายคือความริษยาต่างหาก เสียดายสมัยนี้ผมไม่ค่อยได้ยินใครแบ่งแยกความหมายของคำสองคำนี้ซะแล้ว

#10 By P.S. on 2005-10-19 19:57

ทำมาย ทำม๊าย

แฟนคนอื่นสวยกว่าแฟนเราตลอดเลยอ่ะ

๕๕๕ สงสัยต้องรู้จักความพอดีซะหน่อยแฮะ เรา

#9 By fuxsuxlux on 2005-10-19 11:10

ูู^
^
^
แยกยากเหมือนกันแฮะ แต่ชักเริ่มแยกเป็นแล้วแหละ

#8 By kaze on 2005-10-19 09:52

>> เพื่อนของเราอาจจะหน้าตาดีกว่าเรา แต่คนที่เข้ามาก็มักไม่ได้มองเห็นอะไีรในตัวเขาไปมากกว่าหน้าตา ลำบากเขาต้องมาแยกว่าใครจะมาไม้ไหน

เอิ๊ก ๆ

#7 By PaePae on 2005-10-19 09:41

ความอิจฉาสามารถเป็นทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี อยู่ที่ว่า หลังจาก "อิจฉา" แล้ว เราทำอะไรต่อไป

มันเป็นแรงบันดาลใจที่จะผลักดันให้เราทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ (เช่น ได้แฟนสวยเลอเลิศ)

หรืออาจจะคอยบั่นทอนสุขภาพจิตเราทุกวัน จนชีวิตมีแต่ความขมขื่น

#6 By ข่าวประชาสัมพันธ์ (61.91.142.170) on 2005-10-19 07:04

ผมเป็นคนขี้อิจฉา... มากเกินไป

#5 By ไอ้แพท.. on 2005-10-19 03:15

นัทก็กำลังอิจฉาอยู่ค่ะ
แต่พออิจฉาแล้วก็กลับมาคิดถึงเหตุผลว่า ทำไมเราถึงไม่มีแบบเค้าบ้าง ?

มันก็สมเหตุสมผล เป็นไปตามกลไกดีอ่ะนะ

#4 By Na - th (นัท) on 2005-10-19 02:38

เห็นด้วยจ๊ะ

#3 By เบนจี้ on 2005-10-19 02:29

แล้วสุภาษิตแบบนี้น่าเชื่อกว่าไหมคะ

จงพอใจในบางสิ่งที่ตนมีอยู่
และจงต่อสู้เพื่อบางสิ่งที่ตนควรมี



ป.ล. รู้สึกว่าตัวเองจะ
"หลงประเด็น" อีกแล้วค่ะ

#2 By A girl who knows little on 2005-10-19 02:00

อย่าอยู่เฉยๆ แต่ไม่ได้แปลว่าให้วิ่ง

#1 By น้าม on 2005-10-19 01:51