On Your Mark [Spoiled!!!!!]

posted on 21 Oct 2005 23:59 by lewcpe in PoliticsAndSocial
หลายๆ คนในนี้คงรู้จัก Studio Ghibli กัน แต่ถ้าไม่รู้จัก เอาเป็นว่ามันคือค่ายการ์ตูนแนวปรัชญาของญี่ปุ่น ที่ดังมากๆ ค่ายหนึ่ง

เรื่องของเรื่องคือ ได้อ่้านบทสัมภาษย์ของนายมิยาซากิ โปรดิวเซอร์หลักของค่ายนี้ ถึงการ์ตูนเรื่อง On Your Mark ที่มีเนื้อเรื่องกล่าวถึง ตำรวจหนุ่มสองนาย ที่เข้าช่วยเหลือเด็กหญิงมีปีกคนหนึ่ง และในตอนท้ายเรื่อง เด็กหญิืงก็ได้รับอิสระภาพ ให้บินไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่

ผมดูการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกที่ดีพอควร เพราะเป็นแนวที่รู้ๆ กันในแบบของ Ghibli แต่มาสะดุดเอาตอนที่อ่านคำตอบของมิยาซากิ ที่ตอบคำถามในเรื่องที่ตำรวจหนุ่มสองนายนั้น ที่ตอนจบแล้วถูกปล่อยให้อยู่บนพื้นดิน ขณะที่เด็กหญิงที่ทั้งสองเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยนั้นบินจากไป

มิยาซากิตอบเรื่องนี้ไว้น่าสน ใจความว่า....

เรื่องทั้งหมดก็แค่ว่าคนสองคนมีความพยายามในบางอย่างโดยไม่ยอมแพ้ คุณแค่พยายามทำให้ความฝันเป็นจริงโดยไม่ยอมให้อะไรมาทำลายความฝัน ความหวังของทั้งสองก็แค่อยากให้เด็กน้อยได้รับอิสระภาพ แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับทั้งสอง

คำตอบของมิยาซากิ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องของครูน้อยกับเด็กในอุปถัมภ์คนหนึ่ง ขณะที่เราติดกับภาพที่ว่าบุญคุณต้องทดแทน หรือการเดินตามรอยผู้ใหญ่ บางครั้งแล้วจังหวะของชีวิตในบางช่วงก็ดำเนินไปด้วยจุดประสงค์ง่ายๆ บางอย่าง ที่ดูไร้เหตุผล ไร้ค่าตอบแทน แต่เราก็เลือกที่จะทำมัน

เด็กรุ่นหลังๆ เวลาเลือกงานมักเลือกด้วยค่าตอบแทนสูงสุดก่อนเสมอๆ มันก็ไม่ใช่ความผิดหรอก

แต่ถ้าคุณมีความฝัน.....



เงินมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก
ตอนที่เรียนจบใหม่ๆ อาจารย์ที่เคารพคนหนึ่งสอนว่า เราจบใหม่ไปทำงานที่ไหน อย่าไปหวังเรื่องเงินเรื่องทองให้มากนะ คิดว่าเราได้เรียนรู้และเป็นประสบการณ์ก็พอ ตอนนั้นรับฟังไว้เฉยๆ แต่ก็จำได้ขึ้นใจตราบจนทุกวันนี้

นั่นเป็นเพราะเราป็นคนที่ทำในสิ่งที่อยากทำเท่านั้นและไม่เคยฝืนใจทำในสิ่งทีไม่ต้องการ แล้วโชตชะตาแบบลุ่มๆดอนๆก็เปิดโอกาสให้ได้ทำในทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยฝันจะทำตั้งแต่เด็ก (มีเพื่อนดีง่ะ)

ในขณะที่พ่อแม่ หรือใครต่อใครมองวว่าเราเป็นคนที่ไม่อดทนทำงานอยู่ที่ไหนนานๆ (สถิติการเปลี่ยนงานสูงมาก ทำนานที่สุดคือ 2 ปี น้อยที่สุดคือ ครึ่งวัน) แต่ทุกๆช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้เรียนรู้อะไรมากมาย ได้พบคนหลากรูปแบบ...ได้สัมผัสชีวิตที่ต่างจากที่เคยเป็น...

ใครหลายๆคนมักกลัวที่จะล้ม และหวั่นไหวกับเสียงรอบข้าง ฉันก็เคยเป็นเช่นนั้น แต่ทว่า ความมุ่งมั่นที่จะค้นหาตัวเอง ค้นหาความฝัน ในที่สุดก็ได้พบเจอสิ่งที่คิดว่าสามารถทำและอยู่กับมันได้อย่างมีความสุขไปชั่วชีวิต ถึงแม้ว่าผลตอบแทนอาจจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็เป็นงานที่ทำให้เราได้มีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นๆให้มีงานทำ มีชีวิตที่ดีขึ้น....เพียงแค่นี้...ทุกๆวันทำงานก็เป็นวันที่ยิ้มได้เสมอ..และถึงแม้ว่าจะท้อบ้าง เหนื่อยบ้าง แต่คิดว่าชีวิตนี้ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่สามารถบอกกับใครๆได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าอิ่มใจ และเป็นชีวิตที่คุ้มค่าเหลือเกิน

ขอบคุณเพื่อนๆ ชีวิต และโชคชะตาเสมอ ที่นำพาให้ฉันมีชีวิตในแบบที่ฉันเป็น

#4 By pichsumon (58.136.208.125) on 2005-12-28 18:51

อ่านเรื่องแล้ว กลับคิดถึงเจ้าของเว็บที่คงเป็นคนใจงามและชัดเจนกับแนวทางของตน มีความรู้มากนะคะแตกแขนงได้หลายอย่าง แถมเขียนหนังสือได้น่าอ่านจริงๆ ดีใจที่ได้มาอ่านและชื่นชมด้วยความจริงใจ

#3 By อาภาภัส (203.151.140.122 /203.113.36.7) on 2005-11-04 04:52

จริงๆแล้ว... น้องคนนั้นคงตัดสินใจทำตามครูน้อยได้ยากกว่าใครด้วยซ้ำ เพราะที่บ้านก็จน ชีวิตเค้าไม่เคยมีโอกาส มันก็ไม่ผิดที่เค้าจะเลือกตัวเอง เลือกความฝันของตัวเอง อนาคตของตัวเอง และครอบครัวของเค้าเองก่อนของคนอื่นอ่ะนะ

เรื่องนี้มันยากจริงๆ

#2 By มุก on 2005-10-22 20:41

น้อยคนค่ะ
ที่จะเลือกทางนั้น
เพราะทุกวันนี้ เราอยู่เพื่อคนอื่น ไม่ได้อยู่เพื่อตัวเอง อย่างเดียว

#1 By Na - th (นัท) on 2005-10-22 00:29