ตรงกลาง

posted on 07 Nov 2005 00:25 by lewcpe in Geek
เผื่อใครไม่สังเกต โลกของเราในล้วนเต็มไปด้วยมาตรฐานกลางในการแลกเปลี่ยน

เราฝันสังคมมนุษย์จากระบบซื้อขายแบบแลกเปลี่ยน (Barter Trade) ที่สมัยโบราณเราอาจจะใช้ข้าวสองถังไปแลกปลาทูซักเข่ง เข้ามาสู่ระบบการซื้อขายผ่านทางเงิน ซึ่งทุกคนยอมรับเหมือนๆ กันทั่วประเทศ

เงินนำมาสู่กระแสของการซื้อขายที่เฟื่องฟูมหาศาล เพราะเงินเป็นสากลในประเทศหนึ่งๆ ทุกคนในประเทศไทยยินดีรับเงินบาท แต่ไม่ใช่ทุกคนยอมรับปลาทู ในวันนี้เราสามารถพกเงินขึ้นรถเมล เราจ่ายธนบัตรใบละ 20 บาทออกไป โดยมั่นใจได้ว่ากระเป๋ารถเมลจะไม่บอกเราว่า "ค่าโดยสาร ปลาทูหนึ่งตัวครับพี่"

ที่บ้านของคุณอาจจะมีเครื่องเล่นวีดีโอ วีซีดี ดีวีดี มันอาจจะต่อออกลำโพงคู่ละสองร้อยจากบ้านหม้อ หรือคู่ละสองแสนที่คุณเพิ่งนำเข้ามา แต่มันก็เท่านั้น คุณแค่เสียบสายเข้าไป แล้วเสียงมันก็ดังออกมา

ลองนึกถึงความโกลาหลที่เกิดขึ้นถ้าคุณต้องพกปลาทู ทองคำ ข้าวสาร ฯลฯ เพื่อนำไปจ่ายร้านต่างๆ ที่รับค่าบริการไม่เหมือนกัน

คุณอาจจะไม่ภูมิใจในอารยธรรมโซนี่อีกต่อไป เมื่อหูฟังพานาโซนิคที่คุณเพิ่งซื้อมาเสียบเข้าวอร์คแมน แล้วมันเงียบสนิท

คุณคิดว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องตลก? มันไม่ทีทางเกิดขึ้นจริงๆ?

ในความเป็นจริงคือเราพบเรื่องพวกนี้อยู่ทุกวัน ในรูปแบบที่พ่อค้าบริษัทต่างๆ พยายามไม่ให้เรารู้ตัว ลองมองไปที่โต๊ะทำงานของคุณ ปากกาครอสด้ามละสองพันไม่สามารถใช้ไส้ของปาร์คเกอร์ได้ จอยสติกของ XBox ไม่สามารถนำมาเสียบเข้ากับเครื่อง PS2 ของลูกคุณได้

เปิดคอมพิวเตอร์คุณขึ้นมาสิลองเปิดโฟลเดอร์ My Document คุณมีไฟล์งานของคุณเป็นไฟล์อะไรบ้าง

ไมโครซอฟท์เวิร์ด โฟโตชอป เอ็กซ์เซล์ล พาวเวอร์พอยต์ .......

ลองนึกถึงวันหนึ่งคุณใช้เครื่องเสียงยี่ห้อเดียวกันทั้งชุด คุณมีความสุขดีกับมัน เทปที่ออกแบบมาเฉพาะกับเครื่องเสียงชุดนี้ให้เสียงดีทีเดียว คุณสะสมเทปเอาไว้กว่าพันม้วน

วันต่อมาบริษัทเครื่องเสียงนั้นปิดตัวลง.....

แล้วเครื่องเสียงของคุณก็เริ่มชำรุด.....

วันนี้ที่คุณสะสมซีดี ไม่มีความกังวลเหล่านั้น เพราะอะไร?

เพราะมีผู้ผลิตเครื่องเล่นซีดีจำนวนมหาศาลในตลาด แม้จะมียี่่ห้อหนึ่งปิดตัวลงไป มันจะไม่กระทบกับคุณแม้แต่น้อย

วันนี้ถ้าคุณเริ่มกังวล

อาจจะได้เวลาของการศึกษา

ความหมายของคำว่า มาตราฐานเปิด (Open Standard)
เป็นคนไม่ใส่ใจ technology สักเท่าไร เรียกว่ามีไว้ใช้งานให้เพียงพอตามความต้องการของเราก็พอ แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดเป็นพวกหลุดยุค เพราะเจ้าน้องชายตัวดีมักจะ update ชีวิตให้ฟังอยู่เสมอ....เชื่อว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นจริงๆ....คุณน่าจะลองนำวิถีแห่งความพอเพียงมาใช้ดูนะ....เพื่อความพอใจในชีวิตไง...บางครั้งชีวิตมันก็ง่ายกว่าที่คุณคิด...

ป.ล. ก็เคยหงุดหงิดเหมือนกันและคิดว่า น่าจะมีบริษัทไหนสักบริษัท ผลิตชิ้นส่วนบางอย่างที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีทุกๆยี่ห้อให้ใช้ร่วมกันได้....แค่นี้ก็รวยแล้ว...แต่ยังไม่เห็นมีใครทำเฮะ คิดบวกหน่อยสิคะ....possitive thinking เนี่ยจะทำให้เจริญอาหารนะ ^______^

ป.ล. ลืมบอกไปอีกว่าเป็นสาวก โซนี่ เพราะว่ามีโทรทัศน์อยู่เครื่องหนึ่ง เก่าเก็บอยู่เกือบยี่สิบปีแล้ว มันก็ยังหน้าด้านทนอยู่ในห้องนอน ขณะที่น้องๆเขาเปลี่ยนรุ่นใหม่ยี่ห้อใหม่ใช้ได้ไม่นานก็เจ๊ง เพราะฉะนั้นบางครั้งยี่ห้อที่มาพร้อมกับคำว่าคุณภาพและความใส่ใจก็สำคัญเหมือนกันนะ และได้เจ้าเครื่องที่เขียนเม๊งคุณนี่ก็ sony เจ้าค่ะ

#4 By pichsumon (203.209.121.227) on 2005-12-25 14:54

ชอบคอมเม้นท์ข้างบนจัง

#3 By มุก on 2005-11-08 18:46

ปกติไม่ค่อยชอบอะไร Hi-Tech เท่าไหร่
เพราะมันลด .ความง่าย. ของการ "ใช้ชีวิต "แบบธรรมดา" เลยใช้เท่าที่ต้องใช้
หลายคนคอย .วิ่งไล่. ให้ทัน .ตามคนอื่น. ตลอดเวลาตามกระแส จนบางครั้งลืมว่า ใครคือตัวเอง
ถ้าบริษัทนั้นๆๆๆ ปิดตัวหมด คุณจะเป็นยังไง? กัวลแค่ไหน?

คุณเสพสิ่งเหล่านั้นเพื่อความสบาย เพื่อเปลือก.. เพื่อดำรงชีวิตเท่าที่จำเป็นต้องพึ่งมัน หรือเพื่อให้ชีวิตรอดตายต่อไปได้ล่ะ??

มันก็แล้วแต่คำตอบที่กลับมาของแต่ละคน
ผลกระทบที่กลับมาจากคำถามนั้น ก็คงไม่เท่ากัน

#2 By June (66.67.219.67) on 2005-11-07 09:29

มาตราฐานพวกนี้ ผมว่าขึ้นอยู่กับผู้ผลิตด้วยครับ
บางอย่าง ถ้ามีแล้วทางนั้นได้ผลประโยชน์ร่วม เค้าถึงจะยอมทำร่วมกัน

บางอย่างก็ยังกั๊กจนถึงปัจจุบัน

#1 By plynoi แว่วศรี on 2005-11-07 01:29