Single Point of Failure

posted on 23 Nov 2005 23:31 by lewcpe in Geek, Personal
เคยเล่นเน็ตแล้วฝนตก ปรากฎว่าเน็ตเดี๊ยงกันมั๊ยครับ

ประเด็นที่ว่าเราต้องการเล่นเน็ตตลอดเวลา โดยไม่อยากให้ฝนตก ฟ้าร้อง มาเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องอดเล่นเน็ต เป็นประเด็นที่คนให้บริการด้านคอมพิวเตอร์ต้องปวดหัว เพราะต้องออกแบบระบบให้มีการสำรองตลอด

วิธีที่เกือบๆ จะประกันได้ว่าเน็ตที่บ้านเราจะไม่เดี๊ยงคือต่อมันซักสองเส้น เผื่อเส้นนึงเดี๊ยง อีกเส้นจะได้เล่นต่อได้ แต่วิธีนี้อาจจะไม่ได้ผล ถ้าเราต่อกับทรูทั้งสองสาย แล้วเน็ตทรูแถวบ้านเรามันเดี๊ยง เน็ตเราก็เดี๊ยงอยู่ดี

วิธีแก้อีกขั้นก็ต่อเน็ตทรูเส้นนึง กับทีโอทีอีกเส้น โอกาสที่สองเจ้ามันจะเจ๊งพร้อมกันมันน้อยมาก

แต่วันดีคืนดี คอมพ์เจ้ากรรมดันติดไวรัส เน็ตไม่เดี๊ยงก็เล่นเน็ตไม่ได้อยู่ดี

อาจจะต้องซื้อคอมพิวเตอร์มาตั้งอีกเครื่องไว้สำรอง

ปัญหาอย่างนี้เราเรีียกกันว่าปัญหา Single Point of Failure ซึ่งเป็นปัญหามากๆ หากเราต้องสร้างระบบที่ให้บริการได้ทั้งวันทั้งคืน เพราะเราต้องกำจัดจุดที่จะเป็นปัญหา ที่อาจทำให้ระบบทั้งหมดล่มลงเพราะจุดนี้จุดเดียว

กับชีวิตคนเรา บางทีมันก็มีเรื่องอะไรคล้ายๆ กันอยู่ไม่น้อย เวลาเราดำเนินชีวิต เราก็ลืมไปว่าชีวิตเราต้องเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ หลายๆ คนเลยเอาชีวิตทั้งชีวิตไปผูกเข้ากับอะไรบางอย่างในชีวิต

บางคนเอาไปผูกเข้ากับการเรียน เอนท์ฯ ไม่ติด เรียนไม่จบ ก็จะฆ่าตัวตาย

บางคนเอาไปผูกกับความรัก

บางคนเอาไปผูกกับเงิน

ระหว่้างที่ยังมีสติ บางทีก็น่าลองออกแบบชีวิตตัวเองเล่นๆ ว่าถ้าเกิดเหตุการบางอย่างแล้ว เราจะมีชีวิตต่อไปได้มั๊ย

แค่ลองนึกๆ ดู



เราอาจจะพบว่าหลายอย่างก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่เราคิด
อันนี้ก็ต้องเห็นด้วยกระมังคะ
คงเพราเว่าคิดอย่างนี้นีjเอง ก็เลยไม่เคยผูกติดชีวิตอยู่กับอะไรนอกจากความฝันที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก
การได้ล้มลุกคลุกคลาน การได้เดินสะดุด การได้ล้ม การได้หยุดและหายใจเอาอากาศที่ตัวเองยืนอยู่เข้าไปเต็มปอดและการได้ใช้ความสามารถของตัวเองอย่างสุดชีวิตเพื่อที่จะลุก จะเดิน และก้าวไปตามความฝันที่ตัวเองปรารถนา ถึงแม้จะเป็นก้าวที่ไม่ค่อยจะมั่นคงนัก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็เป็นทุกก้าวที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นการใช้ชีวิตที่คุ้มค่าไม่น้อย ถึงแม้ว่าตลอดเส้นทางที่ผ่านมา จะได้มองข้ามผ่านใครหลายๆคนที่เข้ามาในชีวิต และทิ้งใครหลายๆคนไว้ข้างหลังบ้าง...แต่อย่างน้อยในชีวิตหนึ่งก็สามารถพูดและบอกกับตวเองได้เต็มปากเต็มคำว่า ช่างโชคดีเพียงไรที่ชีวิตได้มอบโอกาสให้เราได้ค้นพบความฝันของตัวเองเสียที....แล้วคุณล่ะ ค้นพบมันหรือยัง....ขอให้ใช้ชีวิตที่เมื่อมองย้อนกลับไปแล้วจะยิ้มและขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้คุณคือคุณที่เป็นอยู่ได้นะ....ชีวิตนั้นไม่ได้สั้นและไม่ได้ยาวไกล จงอยู่เพื่อมีชีวิตเพียงเพื่อนที่จะได้ยอ้มและหัวเราะในทุกๆวัน ^______^

#9 By pichsumon (203.209.117.26) on 2005-12-25 10:36

มองอะไรที่ประโยชน์เข้าตัว
อะไรที่เป็นโทษต่อตน ก็ผลักออกไปให้ไกล
ทำให้ยิ่งง่ายยิ่งดี
ทำได้น้อย แต่หวังมาก

เป็นสิ่งที่มักจะพบได้ในสังคมปัจจุับันนี้

#8 By X3R0-Drive on 2005-11-24 23:38

บางครั้ง
ถ้าไม่เอาชีวิตผูกกับอะไร

มันก็ล่องลอยดีนะ

เพียงแต่ .... มันก็ต้องมีที่ให้เรายึดเหนี่ยวมั่งล่ะ

#7 By Na - th (นัท) on 2005-11-24 19:30

คิดว่าเส้นทางยังมีทางออกตั้งหลายทาง คนเราก็ไม่ควรปิดกั้นตัวเองเพียงแค่ความคิดเดียว แล้วสรุปว่ามันคือคำตอบที่ดีที่สุด แต่หากคิดต่อไปอีกสักนิดจะได้รู้ว่า ยังมีอีกหลากหลายวิถีทางที่เป็นทางออกของชีวิต เช่นเดียวกับเส้นทาง

#6 By watermalon on 2005-11-24 19:23

เริ่มออกนอกประเด็น

เอาเป็นว่าถ้าใครจะถกกันเรื่องรัฐบาล วางลิงก์ไปคุยกันข้างนอกนะครับ

ใครถกเรื่องนี้ต่อในบล็อกนี้จะถูกลบทันที

#4 By ลิ่ว on 2005-11-24 11:20

ทำไมต้องโทษรัฐบาล?

ผมกำลังคิดว่ากระแสในตอนนี้เอะอะก็โทษรัฐบาลเสียทุกเรื่อง มันเหมือนเป็นการผลักภาระว่า ที่เราแย่เนี่ย มันไม่ได้เป็นเพราะเรานะเว้ย เป็นเพราะรัฐบาลตะหาก ดังนั้น เราไม่ใช่คนผิดนะเว้ย

ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลโชว์ผลงานยอดเยี่ยม แต่แทนที่เราจะดำรงชีวิตอยู่เองได้โดยไม่พึ่งรัฐ เรากลับนอนเฉยๆ ด่ารัฐออกหน้า แต่ก็ยังพึ่งรัฐอยู่ดี ซึ่งมันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย

#3 By markpeak on 2005-11-24 11:09

เคยคิดประเด็นแบบนี้เหมือนกันค่ะ
ได้ทั้งความเห็นที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

"คนผู้หนึ่งหากคิดมีชีวิตต่อ ไม่ว่าเป็นความเจ็บปวด
รวดร้าวปานใด ล้วนกล้ำกลืนรับได้"

อ่านเจอมาจากนิยาวของโกวเล้ง
แล้วบังเอิญก็เห็นด้วย

แต่ถ้ามองอีกนัยหนึ่ง บางครั้งเหตุการณ์บางอย่าง
มันก็เหนือความคาดหมาย เกินไปจากความคิดของเรา
เพราะฉะนั้น ไม่เจอะกับตัวเอง เราอาจจะไม่เข้าใจลึกซึ้งได้ว่า
แท้จริงแล้ว ณ เวลา เช่นนั้น คนๆนั้น รู้สึกอย่างไร

#1 By A girl who knows little on 2005-11-24 04:17