Business

Just do it.

posted on 30 Jun 2005 15:02 by lewcpe in Business
บิล เกตต์ออกมาฟันธงเรื่องของไอพอดว่าจะตายเนื่องจากสมาร์ทโฟน โดยไมโครซอฟท์จะเร่งพัฒนาสมาร์ทโฟนออกมาแทนที่จะไปตีกับไอพอด

....ผมยังไม่เชื่อเท่าใหร่นัก....

ผมว่าพีซีทุกวันนี้ประสบปัญหาอย่างเดียวกัน คือตลาดไม่โตเนื่องจากมีความซับซ้อนสูงเกินไป จนถึงจุดหนึ่งแล้ว คนไม่ยอมที่จะเรียนรู้มัน ยกตัวอย่างพ่อผมคนนึงล่ะ ที่ใช้โทรศัพท์ไว้โทร ....อย่างเดียว โดยไม่ใช้แม้แต่สมุดจดหมายเลข

แอปเปิลรู้ดีถึงจุดนี้เครื่องที่โคตรเรียบอย่าง Shuffle ถึงยังขายได้จนวันนี้ แนวคิดนี้ก็เป็นแนวคิดเดียวกับเกมบอย ที่นินเทนโดรู้่ดีว่าคนเราก็แค่อยากเล่นเกม ทำให้เครื่องที่ดูหรูน้อยกว่า PSP หลายช่วงตัว กลับมียอดขายนำห่าง

ที่บิล เกตพูดนั้น ผมก็เชื่อว่าจริง คือสุดท้ายแล้วคนจะใช้ของไม่กี่อย่าง แต่ผมว่านั่นจะเป็นจริงกับคนรุ่นต่อไปซึ่งรับเทคโนโลยีมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เคยชินกับความซับซ้อนของเครื่องเล่นต่างๆ ในยุคต่อไป

แต่ไมโครซอฟท์จะรอจนวันนั้นหรือ....

ในวันนี้ การออกแบบที่ดี ผมยังเชื่อว่า แค่....



Just do it.

The Web-Based Company

posted on 23 May 2005 19:17 by lewcpe in Business
หมู่นี้เกิดความบ้าขึ้นในหัวว่าถ้าเปิดบริษัทจะทำอะไร ปรกติก็คิดไปเรื่อยๆ แต่สองสามวันมานี้ดูเหมือนว่าภาพจะชัดขึ้น

แน่นอนว่าคนไอทีอย่างผม ถ้าจะอยู่รอดในเมืองไทย ก็จำเป็นต้องทำงานด้านซอฟท์แวร์ไว้ก่อน เพราะผมคงหาทุนสองสามร้อยล้านมาจมไปสามปีเพื่อพัฒนาสินค้าไม่ได้แน่ๆ

แต่สิ่งที่ผมอยากเป็นนั้น ต้องไม่ใช่ซอฟท์แวร์เฮ้าส์ประเภทมือปืนรับจ้าง เขียนตามเค้าไปเรื่อยๆ แน่นอน เพราะตรงนั้นมันก็แค่การพัฒนาให้ตรงตามความต้องการ

ผมต้องการอยู่ในระดับ Innovative มากกว่าจะเป็นยูสเซอร์ แม้ว่าจะเป็นยูสเซอร์ระดับสูงจัดๆ เช่นพัฒนาพัฒนา Java หรือ .NET ก็ตามเถอะ แต่การพัฒนาโปรแกรมที่ดึงข้อมูลจากดาต้าเบส แล้วแสดงบนหน้าจอกันห้าหกร้อยหน้าจอ เป็นเรื่องหน้าเบื่อเอามากๆ เรื่องหนึ่ง

มันควรมีอะไรที่เด่นกว่านั้น อะไรที่คนอื่นไม่เชื่อ อะไรที่คนอื่นไมทำ แต่เราทำได้ และทำได้เจ๋งซะด้วย

ผมเชื่อว่ายังมีแอพลิเคชั่นจำนวนมากที่มีคนยินดีซื้อเพื่อให้การทำงานของเขาง่ายลง

วันก่อนคุยกับ mk แล้วมีความเห็นว่า เครื่อง NC ที่ลารี่ เอลิสัน ปลุกกระแสไว้แล้วเงียบไปเมื่อประมาณหกเจ็ดปีก่อนนั้น เวลาของมันใกล้เข้ามาถึงแล้ว

ผมเริ่มเห็นว่าอนาคต แอพพลิเคชั่นทั้งหมด (อาจจะยกเว้นเกม) จะย้ายขึ้นไปอยู่เป็น Web-Based

คำว่า Web-Based ไม่ใช่แค่แสดงหน้าจอสองสามหน้าบนเว็บ หรือใช้ Webservice แล้วแสดงบนหน้าจอของโปรแกรมบน Java หรือ .NET

แต่ทั้งหมดเป็นเว็บ คุณมีบราวเซอร์ในเครื่องของคุณ คุณล๊อกอินเข้าที่ทำงาน แล้วทำทุกอย่างผ่านบราวเซอร์ ทุกอย่าง ตั้งแต่อ่านเมล์ เขียนเอกสาร (Web-Word) หรือแก้บัญชี (Web-Calc) กระทั่งเตรียมการบรรยาย (Web-Impress)

โครงสร้างพื้นฐานระดับนี้เพิ่มความสามารถในการใช้ทรัพยากรในบริษัทให้มากขึ้น เมื่อคุณเดินเข้าไปในห้องบรรยาย แทนที่จะแบกแลปทอปมาเสียบ คุณแค่เข้าไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ล๊อกอิน เลือกไฟล์พรีเซนต์ แล้วเลือกจอที่ต้องการนำเสนอ ทันใดนั้น ภาพที่ต้องนำเสนอก็ไปโผล่ในห้อง

เช่นเดียวกับการพัฒนาโปรแกรม แทนที่ทุกคนต้องลง IDE ในเครื่องของตัวเอง ทุกคนเพียงล๊อกอิน ในเซิร์ฟเวอร์จะลงทุกอย่างไว้พร้อมหมดแล้ว นับแต่ไลบราลีที่ต้องใช้ ไปจนถึงเอกสารที่จำเป็น



เปิดบริษัทพัฒนามันขึ้นมาจริงๆ ดีมั๊ยเนี่ย.....

Futures#01-Introduction

posted on 15 May 2005 22:21 by lewcpe in Business
กลับมาอีกครั้งกับ LewCPE@Business

งานนี้เราจะพูดถึงตราสารอนุพันธ์อีกแบบหนึ่งนั่นคือ ฟิวเจอร์ ไม่ทราบว่าเมืองไทยจะใช้คำว่าอะไร แต่ขอไม่แปลเนื่องจากน่าจะทำให้สับสนมากกว่า

ในด้านความหมายแล้ว ฟิวเจอร์มีความหมายตรงตัวคือการซื้ออนาคตนั่นเอง โดยมันนั้นคือสัญญารับประกันราคาสินค้าให้กับผู้ซื้อสัญญา

ลองดูตัวอย่างเช่น ราคาข้าวในวันนี้อยู่ที่ตันละ 3000 บาท ถ้าลิ่วเป็นเจ้าของโรงสี และกลัวว่าราคาข้าวจะขึ้นไปในอีกสองเดือนข้างหน้า โดยคาดว่าในตอนนั้นลิ่วต้องใช้ข้าวพันตัน

แทนที่จะนอนผวาว่าราคาข้าวจะขึ้น ลิ่วเดินไปเข้าตลาดแล้วจัดการซื้อสัญญา (คัพท์เทคนิคใช้คำว่า Long) จากแชมป์ โดยสัญญาระบุว่าจะประกันราคาข้าวพันตันให้ลิ่วในราคาตันละ 3500 บาท โดยค่าสัญญามีราคาตันละ 50 บาท นั่นคือลิ่วจ่ายไปแล้ว 50,000 บาทในวันทำสัญญา

ลิ่วกลับโรงสีไปทำงานต่ออย่างสบายใจ จนสองเดือนผ่านไป

ปรากฏว่าน้ำแล้ง ทำให้ราคาข้าวขึ้นไปอยู่ที่ตันละ 4500 บาท ถึงตอนนี้ผู้ออกสัญญาให้ลิ่วต้องมาชดใช้ส่วนต่างให้กับลิ่ว โดยวิธีการชดใช้มีสองวิธี แล้วแต่ประเภทสัญญา ได้แก่
  • Cash Delivery ผู้ขายสัญญา (ตอนขายเรียกว่า Short) จะจ่ายเงินส่วนต่างราคามาให้ เช่น ราคาตลาดอยู่ที่ 4500 บาท ดังตัวอย่าง แต่สัญญาประกันราคาที่ 3500 บาท แชมป์จะส่งเงินมาให้ตันละ 1000 บาท แล้วลิ่วไปหาซื้อข้าวที่อื่นเอา
  • Physical Delivery แชมป์ส่งข้าวมาให้ลิ่วพันตัน แล้วรับเงินไปตันละ 3500 บาท
แต่ถ้าราคาเกิดไม่ขึ้นอย่างที่ลิ่วกลัวจะเกิดอะไรขึ้น สมมติว่าราคาในวันส่งมอบตามสัญญา ข้าวดันมีราคาตันละ 2500 บา่ท ผลคือลิ่วซวยไป ต้องจ่ายเงินส่วนต่างให้แชมป์ตันละพัน หรือรับซื้อข้าวในราคาตันละ 3500 บาท แล้วแต่ชนิดสัญญา

ตรงนี้คือการซื้อขายพื้นฐานของฟิวเจอร์ ที่เรากำลังจะได้เห็นในเร็วๆ นี้

ตอนต่อไป ค่าเงื่อนไขต่างๆ ของฟิวเจอร์



LewCPE@Business