posted on 17 Dec 2007 00:37 by lewcpe in Personal
ในขณะที่ไม่มีใครสมบูรณ์แบบจริงๆ มันคงเป็นเรื่องธรรมดาที่คนรอบข้างเราจะมีความไม่สมบูรณ์อยู่เช่นกัน
ความไม่สมบูรณ์ไม่ใช่เรื่องดี แต่มันไม่ใช่เรื่องขอคาดบาดตาย
เราไม่ควรยอมรับและทนอยู่กับความบกพร่องของเรา
แต่เราก็ไม่ควรเอาแต่ลงโทษตัวเองกับความไม่สมบูรณ์นั้น
มันคงจะดีกว่าถ้าเราจะเริ่มยอมรับว่าความไม่สมบูรณ์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของเรา แต่มันเป็นส่วนที่ไม่ดี
ยอมรับกับคนรอบข้าง และยอมรับกับตัวเอง
แล้วเริ่มแก้ไขมัน.....
มีโฆษณาเบียร์ว่าเอาไว้ ว่าตีกอล์ฟไปไม่ถึงดวงจันทร์ พลาดพลั๊งก็ยังได้เป็นดวงดาว
เมื่อเราเราเริ่มแก้ไข ความไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าพยายามอย่างไร ในเรื่องนั้นเราก็อาจจะไม่ได้สมบูรณ์ขึ้นมา
แต่อย่างน้อยๆ มันก็คงดีขึ้นบ้าง
posted on 03 Dec 2007 13:29 by lewcpe in Personal
เมื่อหลายวันก่อนได้คุยกับเพื่อนคนนึงเลยคิดว่าน่าจะเอามาเล่าในนี้ด้วย
เวลาที่เราสร้างความสัมพันธ์กับใครสักคน สิ่งที่เราต้องทำแน่ๆ คือการให้อภัยกันและกัน เพราะมันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่ทำผิดพลาดในเรื่องใดๆ เลย
แต่ยังมีอีกคำหนึ่งนอกจากคำว่าให้อภัยนั้นคือ "การไม่จดจำความผิด" ขณะที่เราอาจจะสามารถที่จะให้อภัยกับการกระทำที่ผิดพลาดครั้งๆ หนึ่งๆ ไปได้ มันอาจจะเป็นเรื่องยากกว่า ที่เราจะไม่จดจำความผิดนั้นอีกต่อไป
การสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวโดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องอยู่ร่วมกันตลอดชีวิต ไม่สามารถใช้เพียงการให้อภัยเพียงอย่างเดียว เพราะความผิดหลายๆ อย่าง แม้ทั้งสองฝ่ายจะรับรู้ว่าต้องการการแก้ไข แต่หลายๆ ครั้งแล้วการแก้ไขก็ไม่ได้เร็วอย่างที่เราหวังไว้ ที่จริงแล้วการแก้ไขมักจะช้าเกินไปในความรู้สึกของเราเสมอๆ อีกต่างหาก
ดังนั้นหากเราให้อภัยได้ แต่เรายังจดจำความผิดเอาไว้ แล้วแอบนับอยู่ในใจว่าเราถูกกระทำอย่างไม่ถูกต้องอย่างนั้นไปกี่ครั้งกี่หนแล้ว สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์นั้นก็คงไม่ยืนยาวต่อไปอย่างมีความสุข
การไม่จดจำความผิดไม่ใช่การทำตาตัวเองให้มืดบอดจนมองไม่เห็น "ความบกพร่อง" ตรงข้ามเมื่อเราเห็นความบกพร่องนั้น เราต้องใส่ใจที่จะช่วยกันแก้ไขต่อไปให้ทุกคนได้มีโอกาสพัฒนาตัวเอง แต่การไม่จดจำความผิดเป็นการที่เราไม่สะสมความขมขื่นจากผลของความบกพร่องนั้นรวมไว้เรื่อยๆ
เพื่อให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ของกันและกันตลอดเวลา...
ปล. เผื่ออ่านแล้วคิดมาก บทความนี้เขียนแบบกว้างๆ ไม่ได้เจาะคงว่าต้องเป็นเรื่องของแฟนเสมอไป แต่ความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพี่น้อง หรือพ่อลูก ฯลฯ ก็คงต้องใส่ใจเรื่องเหล่านี้เช่นกัน
ปล2. เผื่ออ่านแล้วเคลิ้ม ก็บอกไว้ก่อนว่าคนเขียน "ยัง" ไม่ "เคย" มีแฟน ครับ...
posted on 17 Nov 2007 10:55 by lewcpe in Personal
ลองมานั่งนึกๆ ดูเล่นกันว่าอะไรที่เป็นนิสัยของผู้ชายโดยทั้วไปแล้วสร้างปัญหากันได้บ้าง
- บ้างาน ด้วยเหตุผลบางอย่าง ดูเหมือนว่าอาการบ้างานจะเป็นโรคที่กรรมพันธุํของผู้ชาย อาการเลิกงานแล้วไม่ยอมกลับบ้าน หอบงานกลับมาทำที่บ้าน ฯลฯ
- ไม่พูด เคยอ่านเจอใน Men are from Mars. Womens are from Venus. ว่าผู้ชายเวลามีปัญหาสิ่งแรกๆ ที่ทำคือเลือกที่จะเงียบปัญหาจะบังเกิดเมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ว่ามีปัญหา (ก็ไม่ได้บอกนี่หว่า...) หรือไม่ฝ่ายหญิงก็โกรธไปเลยที่ไม่ยอมพูด...
- คิดว่ารู้แล้ว เรือ่งน่าแปลกอีกอย่างคือเวลาผู้ชายบอกอะไรอย่างหนึ่ง มักจะคิดว่ามันหมายถึงอย่างอื่นๆ ด้วย เช่นว่าถ้าผู้ชายไปบอกชอบสาวสักคน มันอาจจะหมายถึงการบอกว่าเธอ สวย+เป็นคนดี+ฯลฯ เข้าไปในตัวโดยไม่ต้องพูดซ้ำ
- ท่ามาก (Aka. ขี้เก๊ก) เหมือนสาวๆ ที่มีวันอยากสวยบ้าง ผู้ชายน่ะก็อยากหล่อเหมือนกันล่ะ แต่บางทีมันทำตลอดเวลาไปหน่อยเหมือนกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะผู้ชายนั้นมีกำแพงในการเข้าสนิทกันมากกว่าผู้หญิงมาก เราอาจจะเห็นผู้หญิงที่เพิ่งเจอหน้ากันเม้าน์แตกกันได้ในห้านาทีต่อมา แต่กับผู้ชายแล้วอาจจะต้องใช้เวลาหลายๆ เดือน เรื่องอย่างนี้หลายครั้งทีเดียวก็ไม่ใช่การเสแสร้ง แต่เป็นธรรมชาติของเขาอย่างนั้นอยู่แล้ว
- จับจด โดยพื้นฐานแล้วผู้ชายมักขับรถได้ดีกว่าผู้หญิง เพราะสามารถแยกการทำงานออกเป็นส่วนๆ ได้ดีไม่ว่าจะมองข้าง เปลี่ยนเกียร์ ถือพวงมาลัย (ระหว่างนี้ก็คุยโทรศัพท์ไปด้วย...) แต่พอต้องทำอะไรที่อยู่กับที่ทำอย่างเดียวนานๆ แล้วเริ่มจะเป็นเรื่องทันที ดังนั้นถ้าคุณชวนหนุ่มๆ ไปทำงานฝีมือเช่นทำกับข้าว วาดรูป ฯลฯ ก็อย่าแปลกใจไปที่เดี๋ยวหนุ่มๆ ก็จะเดินไปเดินมา แอบเอาอย่างอื่นมาทำ ฯลฯ
- บ้างานอดิเรก นึกเอาเถอะสักสองสามอย่าง นับแต่ดนตรีที่เคยใช้จีบสาวเจ้าตอนรู้จักกันใหม่ๆ หรือคอมพิวเตอร์ที่เก่งหนักหนา ช่วยสาวมาได้หลายต่อหลายงาน ลามไปถึงกล้องถ่ายรูปที่สมัยจีบกันใหม่ๆ แอบภูมิใจว่าเขาถ่ายรูปเราสวยอย่างนั้นอย่างนี้ พอถึงเวลาเข้าจริงๆ สาวๆ หลายคนคงเริ่มๆ ระแวงว่างานอดิเรกที่เคยช่วยให้เราไปกรี๊ดเขาในตอนนั้น เริ่มจะมาเบียดเวลาไปมากขึ้นเรื่อยๆ เบียดเวลาไม่พอ เบียดเงินอีกต่างหาก เดินเที่ยวกันอยู่ดีๆ หนุ่มกลับเดินไปคลานหาดอกไม้ใบหญ้าเพื่อถ่ายรูป ใช้เวลาวันละสี่ชั่วโมงซ้อมดนตรี หรือไม่ก็กินนอนกับคอมพิวเตอร์
- ซกมก ไม่ว่าผู้ชายที่คุณเห็นจะดูดีแค่ไหน แทบร้อยทั้งร้อย ห้องจะรกอย่างไม่น่าเชื่อ หรืออย่างดีที่สุดโต๊ะทำงานสภาพคล้ายกองขยะ (แต่ห้องยังพอดูได้) ถ้าคุณหวังจะเจอผู้ชายที่เนี๊ยบตลอด 24 ชั่วโมง คุณน่าจะเตรียมทำใจไว้ด้วยว่าคุณอาจจะเจอ "ไม่ใช่ผู้ชาย" เอาก็เป็นได้
คิดไม่ออกล่ะ แต่ที่อยากจะบอกคือเอาเข้าจริงๆ แล้ว ไม่ว่าใครก็ล้วนมีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น ถ้าคุณเห็นด้วยกับข้อความข้างต้นว่าเป็นข้อเสียของผู้ชาย ก็ตระหนักถึงเวลาที่คุณงอแง แต่งหน้านาน เดินซื้อของโดยลืมสนใจเขา เม้าน์กับเพื่อนเพลิน ฯลฯ
ไม่มีใครสมบูรณ์จริงๆ ในโลกนี้ แต่ถ้าเราเรียนรู้ที่จะอยู่กับข้อบกพร่องของอีกฝ่ายและช่วยเขาแก้ไขเมื่อมีโอกาส พร้อมๆ กับพยายามแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองไปเรื่อยๆ
มันคงไม่ยากเกินไปที่คุณกับเขาจะรักกันขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน....