PoliticsAndSocial

The Nativity Story

posted on 25 Nov 2007 23:45 by lewcpe in PoliticsAndSocial

ใกล้คริสตมาสแล้ว เรามาพูดถึงเรื่องให้เข้าบรรยากาศกันหน่อยดีกว่า

พอดีเมื่อวานนี้ได้ดูเรื่อง The Nativity Story เรื่องราวจะเป็นช่วงเวลาก่อนการประสูติของพระเยซู ซึ่งหลายๆ คนคงรู้เรื่องที่มีคนจำนวนมากพูดถึงไปกันแล้ว ว่าด้วยการที่มารีมีคู่หมั้นอยู่ก่อนแล้วก่อนที่จะได้รับการบอกว่าเธอเป็นผู้ถูกเลือกให้เป็นแม่ของพระเยซู

 


 

ที่น่าสนใจของเรื่องนี้คือโยเซฟ คู่หมั้นของมารี ที่แทบทุกเรื่องก่อนหน้านี้ (รวมถึงคำเทศนาในโบสถ์ของผมเองด้วย) มักไม่ค่อยได้ให้บทบาทของโยเซฟไว้เท่าใหร่นัก จะมีบ้างก็ที่ว่าโยเซฟเป็นคนที่เชื่อในพระเจ้าเป็นอย่างดีที่ยอมรับมารีเป็นภรรยา ไม่อย่างนั้นมารีคงต้องถูกประหารด้วยการขว้างหินใส่จนตายตามกฏหมายในยุคนั้น

แต่ในหนังเรื่อง The Nativity Story ได้ให้แง่มุมอีกแบบ ที่ค่อนข้างน่ารัก และสาวๆ หลายคนดูแล้วอาจจะอมยิ้มตามไปด้วย คือการที่โยเซฟยอมรับมารีนั้น ความยุ่งยากกับชีวิตของโยเซฟไม่ได้จบแค่การเชื่อฟังทูตสวรรค์แล้วยอมรับมารีเป็นภรรยาแล้วจบกันไป แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นต่างหาก

ตลอดเรื่อง The Nativity Story จะเดินเรื่องค่อนข้างเร็ว และมาช้าเอาตอนที่โยเซฟต้องเดินทางไปเบธเลเฮ็ม ตลอดเวลานั้นเขาต้องดูแล และเสียสละอะไรหลายๆ อย่างเพื่อที่จะแบ่งปันความลำบากที่ร่วมกับภรรยาของตนเอง

ประเด็นที่น่าสนใจที่ได้จากหนังเรื่องนี้เลยกลายเป็นการชี้ว่า แม้เราจะต้องผ่านอะไรบ่างอย่างที่ยากสำหรับเราเองและสำหรับคู่ของเรา แต่ถ้าเราเดินทางไปด้วยกันมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ลำบากเกินกว่าที่เราจะผ่านมันไปได้ 

พูดมาตั้งยาว ยังไงคริสตมาสนี้ลองไปหาหนังเรื่องนี้มาดูก็น่าจะดีครับ เข้ากับบรรยากาศดี และดูกันได้ทั้งครอบครัว ว่าแต่...

ตอนนี้มีเพื่อนร่วมทางกันมั่งรึยังล่ะ.... 

สละ

posted on 25 Dec 2005 02:03 by lewcpe in PoliticsAndSocial
ชายคนหนึ่งเดินทางผ่านทางรถไฟ เขาสังเกตเห็นว่าทางรถไฟนั้นมีช่วงหนึ่งขาดลง เขาหยุดมองทางรถไฟนั้น แล้วตระหนักถึงความเสียหาย หากมีรถไฟวิ่งมาทางนี้ โดยไม่รู้ว่ารางขาด

สิ้นความคิดนั้น เสียงรถไฟก็ดังมาแต่ไกล มันวิ่งเข้ามายังจุดที่รางขาดด้วยความเร็วเต็มที่

ชายคนนั้นมองไปที่รถไฟที่กำลังเข้ามา พลางคิดว่าทำอย่างไร จึงจะให้รถไฟคันนั้นหยุดลงก่อนที่มันจะตกราง

เพราะไม่มีเวลาทำอย่างอื่น ชายคนนั้นตัดสินใจโบกมือวิ่งไปบนรางรถไฟ สวนทางกับรถไฟที่กำลังวิ่งเข้ามา

คนขับรถไฟสังเกตเห็นขายคนนั้น และพยายามหยุดรถไฟ แต่การหยุดรถไฟนั้นกินระยะทางนานเกินไป

รถไฟจึงชนร่างชายคนนั้นเสียชีวิต

คนบนรถไฟต่างวิพากษ์กันไปต่างๆ นาๆ ว่าเหตุใดชายคนนี้จึงมีัวิธีการฆ่าตัวตายที่แปลกประหลาด หลายคนก่นด่าเขาที่ทำให้การเดินทางของตนล่าช้าลง

จนเมื่อเจ้าหน้าที่พบรางที่ขาดอยู่ ทุกคนจึงเข้าใจ

ว่าชายคนนั้นตายเพื่ออะไร



ดัดแปลงจาก คำเทศนาของ นพ. ปรีดา โมทนาพระคุณ ณ คริสตจักรพระกิตติคุณสมบูรณ์ ธนบุรี 24 ธันวา่คม 2548

จำกัด

posted on 20 Dec 2005 10:47 by lewcpe in Personal, PoliticsAndSocial
ผมคงไม่ได้สร้าง Blognone ถ้าคิดแต่เรื่องการใช้ภาษาไทยแย่ๆ ของผม

Jimmy Wales คงไม่ได้สร้าง Wikipedia ถ้าคิดแต่จะทำให้ข้อมูลถูกต้องตลอดเวลา

Bill Gates คงไม่ได้สร้างดอส ถ้าคิดแต่ว่าต้องออกแบบให้ดีที่สุด

Linus จะได้สร้างลินุกซ์รึเปล่า ถ้าคิดแต่ว่าการเขียนโอเอสด้วยมือสมัครเล่นคงเป็นไปไม่ได้


คนวิจารย์บอกข้อจำกัดในตัวเราเสมอๆ นั่นก็เป็นเรื่องดี

แต่เรื่องที่แย่คือการที่เราเอาข้อจำกัดพวกนั้นมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ทำเรื่องดีๆ มากกว่าจะที่ใส่ความพยายามในการทำเรื่องดีๆ มากขึ้น เพื่อทำลายข้อจำกัด

สมัยเรียนผมเป็น TA อยู่หลายวิชาทีเดียว เรื่องหนึ่งที่ยากมากคือการที่บอกเด็กว่าเขาก็ทำได้ การได้ A หรือ B มันไม่ได้ยากเกินไป ส่วนมากเมื่อผมเล่าถึงประสบการณ์การเรียนอย่างหนักๆ พวกเขามักมองด้วยสายตาทึ่้ง แล้วบอกว่าพี่เก่งจัง

มันทำให้ผมหมดกำลังใจ

เขาไม่สามารถรับสิ่งที่ผมกำลังสื่อให้พวกเขาได้เลย ด้วยกำแพงของข้อจำกัดในใจของพวกเขา พวกเขาตั้งความคิดเพียงว่า มันยาก หรือไม่ก็คนนั้นเก่ง แล้วให้เหตุผลดีๆ กับตัวเองที่จะไม่พยายาม

หลายคนคิดเพียงว่าการที่เขาเอนทรานซ์ติดเข้ามาเป็นความสำเร็จในชีวิตแล้ว และเขาต้องการเพียงใช้ชีวิตสบายๆ ต่อไป

ผมนั่งคิดในใจ แล้วกลัวว่าวันหนึ่งจะเป็นอย่างพวกเขา วันหนึ่งที่ผมหยุด เพียงเพราะคิดว่าผมสำเร็จในอะไรบางอย่าง แล้วผมก็หยุดที่จะไม่ก้าวไปที่ๆ ดีกว่านั้น

อีกสิบปีใครเมลบทความนี้กลับมาหาผมที