forgiven

posted on 03 Dec 2007 13:29 by lewcpe in Personal

เมื่อหลายวันก่อนได้คุยกับเพื่อนคนนึงเลยคิดว่าน่าจะเอามาเล่าในนี้ด้วย

เวลาที่เราสร้างความสัมพันธ์กับใครสักคน สิ่งที่เราต้องทำแน่ๆ คือการให้อภัยกันและกัน เพราะมันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่ทำผิดพลาดในเรื่องใดๆ เลย

แต่ยังมีอีกคำหนึ่งนอกจากคำว่าให้อภัยนั้นคือ "การไม่จดจำความผิด" ขณะที่เราอาจจะสามารถที่จะให้อภัยกับการกระทำที่ผิดพลาดครั้งๆ หนึ่งๆ ไปได้ มันอาจจะเป็นเรื่องยากกว่า ที่เราจะไม่จดจำความผิดนั้นอีกต่อไป

การสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวโดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องอยู่ร่วมกันตลอดชีวิต ไม่สามารถใช้เพียงการให้อภัยเพียงอย่างเดียว เพราะความผิดหลายๆ อย่าง แม้ทั้งสองฝ่ายจะรับรู้ว่าต้องการการแก้ไข แต่หลายๆ ครั้งแล้วการแก้ไขก็ไม่ได้เร็วอย่างที่เราหวังไว้ ที่จริงแล้วการแก้ไขมักจะช้าเกินไปในความรู้สึกของเราเสมอๆ อีกต่างหาก

ดังนั้นหากเราให้อภัยได้ แต่เรายังจดจำความผิดเอาไว้ แล้วแอบนับอยู่ในใจว่าเราถูกกระทำอย่างไม่ถูกต้องอย่างนั้นไปกี่ครั้งกี่หนแล้ว สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์นั้นก็คงไม่ยืนยาวต่อไปอย่างมีความสุข

การไม่จดจำความผิดไม่ใช่การทำตาตัวเองให้มืดบอดจนมองไม่เห็น "ความบกพร่อง" ตรงข้ามเมื่อเราเห็นความบกพร่องนั้น เราต้องใส่ใจที่จะช่วยกันแก้ไขต่อไปให้ทุกคนได้มีโอกาสพัฒนาตัวเอง แต่การไม่จดจำความผิดเป็นการที่เราไม่สะสมความขมขื่นจากผลของความบกพร่องนั้นรวมไว้เรื่อยๆ

เพื่อให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ของกันและกันตลอดเวลา...

ปล. เผื่ออ่านแล้วคิดมาก บทความนี้เขียนแบบกว้างๆ ไม่ได้เจาะคงว่าต้องเป็นเรื่องของแฟนเสมอไป แต่ความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพี่น้อง หรือพ่อลูก ฯลฯ ก็คงต้องใส่ใจเรื่องเหล่านี้เช่นกัน

ปล2. เผื่ออ่านแล้วเคลิ้ม ก็บอกไว้ก่อนว่าคนเขียน "ยัง" ไม่ "เคย" มีแฟน ครับ...

The Nativity Story

posted on 25 Nov 2007 23:45 by lewcpe in PoliticsAndSocial

ใกล้คริสตมาสแล้ว เรามาพูดถึงเรื่องให้เข้าบรรยากาศกันหน่อยดีกว่า

พอดีเมื่อวานนี้ได้ดูเรื่อง The Nativity Story เรื่องราวจะเป็นช่วงเวลาก่อนการประสูติของพระเยซู ซึ่งหลายๆ คนคงรู้เรื่องที่มีคนจำนวนมากพูดถึงไปกันแล้ว ว่าด้วยการที่มารีมีคู่หมั้นอยู่ก่อนแล้วก่อนที่จะได้รับการบอกว่าเธอเป็นผู้ถูกเลือกให้เป็นแม่ของพระเยซู

 


 

ที่น่าสนใจของเรื่องนี้คือโยเซฟ คู่หมั้นของมารี ที่แทบทุกเรื่องก่อนหน้านี้ (รวมถึงคำเทศนาในโบสถ์ของผมเองด้วย) มักไม่ค่อยได้ให้บทบาทของโยเซฟไว้เท่าใหร่นัก จะมีบ้างก็ที่ว่าโยเซฟเป็นคนที่เชื่อในพระเจ้าเป็นอย่างดีที่ยอมรับมารีเป็นภรรยา ไม่อย่างนั้นมารีคงต้องถูกประหารด้วยการขว้างหินใส่จนตายตามกฏหมายในยุคนั้น

แต่ในหนังเรื่อง The Nativity Story ได้ให้แง่มุมอีกแบบ ที่ค่อนข้างน่ารัก และสาวๆ หลายคนดูแล้วอาจจะอมยิ้มตามไปด้วย คือการที่โยเซฟยอมรับมารีนั้น ความยุ่งยากกับชีวิตของโยเซฟไม่ได้จบแค่การเชื่อฟังทูตสวรรค์แล้วยอมรับมารีเป็นภรรยาแล้วจบกันไป แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นต่างหาก

ตลอดเรื่อง The Nativity Story จะเดินเรื่องค่อนข้างเร็ว และมาช้าเอาตอนที่โยเซฟต้องเดินทางไปเบธเลเฮ็ม ตลอดเวลานั้นเขาต้องดูแล และเสียสละอะไรหลายๆ อย่างเพื่อที่จะแบ่งปันความลำบากที่ร่วมกับภรรยาของตนเอง

ประเด็นที่น่าสนใจที่ได้จากหนังเรื่องนี้เลยกลายเป็นการชี้ว่า แม้เราจะต้องผ่านอะไรบ่างอย่างที่ยากสำหรับเราเองและสำหรับคู่ของเรา แต่ถ้าเราเดินทางไปด้วยกันมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ลำบากเกินกว่าที่เราจะผ่านมันไปได้ 

พูดมาตั้งยาว ยังไงคริสตมาสนี้ลองไปหาหนังเรื่องนี้มาดูก็น่าจะดีครับ เข้ากับบรรยากาศดี และดูกันได้ทั้งครอบครัว ว่าแต่...

ตอนนี้มีเพื่อนร่วมทางกันมั่งรึยังล่ะ.... 

ฟัง

posted on 18 Nov 2007 22:08 by lewcpe


ที่มาภาพ McGun

เมื่อเราต้องฟังใครสักคน เรื่องที่ยากคือเราต้องหยุดพูด หยุดความคิดเดิมที่เราเชื่อ แล้วเริ่มฟัง

ความคิดของเราเองนับได้ว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่น้อย เพราะเราบอกไม่ได้ว่ามันจะหยุดลงจริงหรือไม่

เราเริ่มรับฟัง เรามีความเห็นกับข้อความที่เราได้ฟัง

ความเห็นนั้นเปนการกระซิบมาจากความเชื่อของเราเองรึเปล่านะ หรือเป็นความเห็นที่ถูกต้องต่อขอ้เสนอแนะนั้นแล้วจริงๆ

เราเงียบลงอีกครั้ง แล้วทบทวนความคิดเห็นที่ได้รับมา

ถึงเวลาหนึ่ง... เราคงแน่ใจได้มากกว่านี้